thai

เป็นที่รู้กันครับว่าตอนนี้ถ้าใครคิดอยากจะดูเคเบิลทีวีหรือทีวีดาวเทียม นอกจากเราจะมีตัวเลือกที่กึ่งผูกขาดอมตะนิรันดร์กาลอย่าง True Visions ที่ตัดแพคเกจ ตัดช่องแล้วขึ้นค่าบริการเอา ๆ แล้ว เรายังมีทางเลือกในการติดจานดาวเทียมในระบบ C-Band และ KU-Band รวมถึงบริการเคเบิลท้องถิ่นต่าง ๆ ที่แล้วแต่ใครจะเลือกรับชมหรือจะติดตั้งกันไว้ในบ้าน

 

ในที่นี้ผมจะขอพูดถึงทั้งช่องรายการที่แค่ติดจานดาวเทียมก็ดูฟรีได้แล้ว และช่องที่ต้องเสียค่าบริการนะครับ ซึ่งปัจจุบันมีช่องที่เปิดให้บริการกันมากกว่า 40 ช่องแล้ว ก่อนอื่นมาดูสถิติช่องรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดกันก่อนแล้วกันครับ

ช่องรายการเคเบิลทีวีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2008            
             ช่อง                            ประเภทรายการ          
1     ASTV1 News                             ข่าว               
2     NATION                                    ข่าว              
3     FAN TV                                    เพลง              
4     Movie @ Sat Asia              หนัง / ละคร / ภาพยนตร์ซีรีย์     
5     5 MVTV                                วาไรตี้บันเทิง / กีฬา        
6     POP                                        เพลง              
7     Monkol Channel               หนัง / ละคร / ภาพยนตร์ซีรีย์     
8     Thai Chaiyo                             เพลง              
9     IM P2 TOONTOON               การ์ตูน / เกมส์          
10   Samruajlok (สำรวจโลก)          สาระกึ่งบันเทิง          

ที่มา :

AGB Nielsen คือบริษัทที่จะคอยเก็บเรทติ้งของผู้ชมรายการโทรทัศน์ครับ และเมื่อปีที่แล้วก็พึ่งมีการแยกการเก็บข้อมูลของเคเบิลทีวีแยกออกมาจากฟรี ทีวี (3, 5, 7, Modernine TV, NBT, ทีวีไทย) โดยเฉพาะ เพื่อให้สะดวกสำหรับ Agency ในการข้อมูลเพื่อซื้อสื่อโฆษณาในช่องต่าง ๆ เพื่อการโปรโมทต่อไป ซึ่งราคาของค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยจะถูกกว่า Free TV ประมาณ 10 เท่าครับ ยกตัวอย่างรายการ กฤษณ์ - มดดำ on TV อัตราค่่าโฆษณาจะอยู่ที่ 20,000 บาท / นาที เป็นต้นครับ

ผมจะขอพูดถึงช่องสำคัญ ๆ ในวงการโทรทัศน์ไทยแบบเล่าคร่าว ๆ ไว้แล้วกันนะครับ


ดูจากอันดับที่แล้ว 2 ช่องแรกทั้ง ASTV และ Nation Channel คงไม่ต้องเล่าครับ ขอเริ่มต้นที่อันดับ 3 Fan TV ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ช่องของ GMMTV ที่ออกอากาศ live concert และเพลงทั่วไปต่าง ๆ ถัดมาอันดับที่ 6 Pop และ 8 ไทยไชโยของ บริษัท Live TV ที่บริหารอยู่ทั้งหมด 5 ช่องครับ Pop จะเป็นรายการสำหรับวัยรุ่น และไทยไชโยจะเป็นช่องเพลงลูกทุ่ง และ Live TV เป็น 1 ในผู้ผลิตสื่อที่เปิดขายช่องแก่ผู้ที่สนใจรับชม ทั้งการขายตรงที่ผู้ดูสามารถซื้อช่องได้ตรง และผู้ให้บริการเคเบิลท้องถืินก็สามารถซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปให้บริการได้

มาที่อันดับ 7 Mongkol Channel ของสหมงคลฟิล์มครับ ช่องนี้ชื่อก็ชัดเจนว่าจะฉายหนัง ซึ่งเน้นหนักไปทางหนังไทยและมีการจัดช่วงเวลาหนึ่งไว้ฉายหนังไทยเก่า ๆ เพื่อการอนุรักษ์หนังไทยครับ สุดท้่ายอันดับที่ 10 สำรวจโลก ของ บ.Next Step เป็นช่องสารคดีหลักซึ่งเป็น 1 ใน 8 ช่องที่ให้บริการภายใต้ชื่อ Top Up TV โดยจะต้องเสียเงินเพื่อซื้อช่องเช่นเดียวกับของ Live TV ครับ

 

จริง ๆ มีช่อง TV Pool ที่ยังไม่ได้อยู่ใน rank นะครับ แต่จากการสำรวจล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ไต่ระดับความนิยมขึ้นไปถึง ลำดับ 4 กันแล้ว และยังไม่นับช่องที่มาก่อนทั้งหลาย หรือไปซ่อนอยู่ตามที่ต่าง ๆ ไล่ง่าย ๆ ก็ตั้งแต่ Money Channel ช่องตลาดหุ้น เศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ของ บจ. Family Know How MCOT 1 และ MCOT 2 ซึ่งเป็นช่องข่าวและรายการของทาง บมจ. อสมท. Gang Cartoon ช่องการ์ตูนของ บมจ. Rose Media Channel ที่ออกอากาศรายการและละครเก่าของช่อง 7 สีครับ


นอกจากนั้นช่องที่มาแรงจากที่อยู่ใน List ก็ยังมี Green Channel ของ GMMTV ซึ่งออกอากาศคอนเสิร์ตและเพลงเก่า ๆ ตามสไตล์คลื่นวิทยุ Greenwave 106.5 FM ACTS Channel ของ GMMTV เป็นช่องของ Xact และ Scenario ที่ออกอากาศละครทั้งเป็นเรื่อง ซีรี่ย์ ซิทคอม The Star และรายการใหม่ ๆ ที่ทำขึ้นมาสำหรับเคเบิลทีวีโดยเฉพาะ และนอกจากนั้นยังมีช่องที่จ่อคิวจะเปิดตัวอย่างช่อง 3 ที่จะทำเคเบิลทีวีกับเค้าอีก 2 ช่อง เป็นช่องข่าวซะ 1 ช่องละครอีก 1 ครับ

ก็หยิบเอามาพูดถึงอย่างคร่าว ๆ ครับ จะเห็นได้ว่าแค่ที่ list มานั้นก็มีช่องโทรทัศน์ให้เลือกมากมาย และราคาอุปกรณ์ที่เดี๋ยวนี้จานใบนึงประมาณ 2,000 - 2,500 บาทเท่านั้น จนเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับใครก็ตามที่อยากดูรายการใด ๆ นอกเหนือจากที่มีฉายอยู่บนฟรีทีวี จนตอนนี้มีหลายคนที่ติดจานดาวเทียมแทนเสาโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว เพราะเหตุผลทางด้านความชัดเจนของสัญญาณโดยเฉพาะในต่างจังหวัดเนี่ยแหละครับ

ตอนนี้ตามท้องตลาดก็มีให้เลือกหลายเจ้านะครับ ทั้งจานน้ำเงินของ Samart จานเหลืองของ DTV จานส้มของ BSat จานขาวของ Topup จาน ASTV หรือจะเป็นจานใหญ่เป้งแบบของ PSI ก็ลองหากันมาดูครับ ;)

สุดท้ายขอเอาภาพผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Entry คุณวู่วามมาแปะใน Entry นี้ครับ


อยากบอกว่าอยากเจอ R&D กูลิโกะไทยมาก ๆ เป็นรสนึงที่ไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้กินจริง ๆ ในขนมนะครับ Potato Spicky รสน้ำพริกหนุ่มเนี่ย สงสัยต้องจิ้มกินกับน้ำพริกหนุ่มเพิ่มอรรถรสกลายเป็นดับเบิลพริกหนุ่มไปด้วย อยากจะรู้จริงว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแคบหมูหรือเปล่า

[Entry นี้เป็น Entry ที่ 200 ของผมครับ]

ได้อ่่าน t.g.i. friday ฉบับที่ 30 คอลัมน์ Knowledge Base Society โดยคุณสุธาศินี สุศิวะ ได้พูดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรทางการศึกษาไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงก็มีตั้งแต่การเปลี่ยนวิธีการเรียงบทใหม่ในวิชาคณิตศาสตร์ การรวบรวมเนื้อหาเข้าด้วยกันเป็นบทเดียว เช่นวิชาสัดส่วนและอัตราส่วนในระดับประถม ตัดเนื้อหาบางอย่างทิ้งไป เช่นวิชาบัญญัติไตรยางค์ ทำให้พึ่งทราบครับว่าสิ่งที่เราเรียนจากในระดับประถมมาเมื่อ 15-20 ปีก่อนนั้นเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เรื่องการสอนอ่านภาษาไทยกันเลย

ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างการอ่านภาษาไทยในหลักสูตรเก่าที่ใช้กันถึงปี 2544 ก่อนที่จะเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ให้เป็นการอ่านเรียงตัวแบบภาษาอังกฤษตามตัวอักษรจากหน้าไปหลังที่เด็กประถมเรียนอยู่ในปัจจุบันดังนี้

(เก่า) มานะ อ่านว่า มอ อา มา นอ อะ นะ
(ใหม่)
มานะ อ่านว่า มอ อา เท่ากับ มา นอ อะ เท่ากับ นะ

(เก่า) ดวงใจ อ่านว่า ดอ อัว งอ ดวง จอ ใอ ใจ
(ใหม่)
ดวงใจ อ่านว่า ดอ วอ งอ เท่ากับ ดวง ใอ จอ เท่ากับ ใจ

(เก่า) เกา อ่านว่า กอ เอา เกา
(ใหม่)
เกา อ่านว่า เอ กอ อา เท่ากับ เกา

ผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจไว้ครับว่าการเรียนแบบนี้ทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนรู้การผสมสระ และจดจำภาษาเป็นคำๆ มีผลทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถอ่านคำยากๆ อย่างเช่น รามเกียรติ์ หรือคำที่มีสระผสมเช่น เยอะแยะ ออสเตรเลีย ไม่ได้ และหากเจอคำใหม่ที่ไม่เคยอ่านก็ไม่สามารถที่จะสะกดคำๆ นั้นได้ถูกต้องเช่นกัน

นอกจากนี้แล้วยังมีการตั้งประเด็นตั้งแต่การทำรายงานระบบ Copy-Paste จากอินเตอร์เนต แถมอาจารย์ยังไม่สนใจในการจัดทำเนื้อหารายงาน รวมถึงการทำให้การเรียนพิเศษนั้นยิ่งมีมากขึ้น สวนทางกับจิตสำนึกและพฤติกรรมที่แย่ลงด้วย และยังมีการเปรียบเทียบถึงทักษะของผู้เรียนที่เรียนชั้น ป.4 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว 10 ปีที่แล้วและปัจจุบันไว้ดังนี้

เด็ก ป.4 20 ปีที่แล้ว : อ่านภาษาไทยได้แตกฉาน สะกดคำยากได้ ท่องสูตรคูณแม่ 2-25 ได้โดยที่ไม่ต้องเรียนพิเศษ อ่านภาษาอังกฤษได้บ้างสำหรับนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล
เด็ก ป.4 10 ปีที่แล้ว : อ่านภาษาไทยได้แตกฉาน สะกดคำยากได้พอประมาณ ท่องสูตรคูณแม่ 2-12 ได้ อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้บ้างแต่พูดไม่ค่อยได้ อาจต้องเรียนพิเศษบ้าง
เด็ก ป.4 ในปัจจุบัน : อาจอ่าน-เขียนภาษาไทยได้บ้าง แต่สะกดคำยากไม่ค่อยได้ ไม่รู้จักการท่องสูตรคูณ อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้และอาจดีกว่าภาษาไทย การเรียนพิเศษเป็นสิ่งที่จำเป็น

เท่าที่ผมได้รับรู้มา หลักสูตรทั้งในระดับประถมและมัธยมนั้นตอนนี้อยู่ในภาวะที่ "ไม่นิ่ง" มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรแบบรายปีการศึกษา แถมมีหลักสูตรสองภาษา อินเตอร์ Talented Gifted หรืออะัไรอีกสารพัดที่แต่ละโรงเรียนจะคิดขึ้นมา จนแม้แต่นักเรียนชั้น ม.6 ที่เคยเรียนหลักสูตรของ ม.4 มาในโรงเรียนเดียวกัน เนื้อหาที่เรียนในห้องเรียนก็ไม่เหมือนกับของน้องๆ ม.4 ที่ได้เรียนในปีการศึกษานี้ซะแล้ว

แน่นอนครับว่าวิชาความรู้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว เปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบความรู้หรือหลักฐานใหม่ๆ สามารถเพิ่มเติมสิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้ในหลักสูตร หรือว่าปรับปรุงรูปแบบการสอน การทดสอบแบบใหม่ๆ เพื่อการวัดผล พัฒนาและทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่หากผู้เรียนในปัจจุบันนั้นเป็นดั่งข้างต้นจริง ผมเองก็ชักไม่แน่ใจครับว่า การศึกษาในบ้านเรานั้นเข้าข่าย "ยิ่งแก้ยิ่งแย่" เหมือนเช่นการสอบระบบ o-net a-net ที่ได้ข่าวแว่วๆ ว่าจะเปลี่ยนกับเค้าบ้างอีกแล้วหรือเปล่า

อยากทราบจังครับว่าการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนแต่ละที่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใดบ้าง ทั้งนักเรียน ครู อาจารย์ หรือใครที่เป็นผู้ปกครองแล้วอย่างคุณยายแม่บ้าน อยากรู้จังครับว่าเห็นการบ้านสาวน้อยเทียบกับสมัยตอนที่เรียนแล้วรู้สึกแตกต่างกันมากหรือเปล่า

13 Goes to hollywood

posted on 24 Oct 2006 00:45 by nora in General
ตอนนี้ ภาพยนตร์เรื่อง 13 ที่นำไปสร้างภาพยนตร์โดยสหมงคลฟิล์ม ภายใต้การกำกับของ "มะเดี่ยว ชูศักดิ์" ที่พึ่งลาโรงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เค้าโครงเรื่องมาจากการ์ตูนไทยของ "เอกสิทธิ์ ไทยหิรัญ" ซึ่งมาจากการ์ตูนสั้นจากหนังสือการ์ตูนรวมเล่ม "จิตหลุด (My Mania)" ได้ถูก Weinstein Company" ผู้ซื้อภาพยนตร์เรื่อง "ต้มยำกุ้ง" ไปฉายที่สหรัฐอเมริกาซื้อบทภาพยนตร์เพื่อเตรียมไป Remake ในฉบับ Hollywood เรียบร้อยแล้วครับ

จากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์กับวงการการ์ตูนไทยอีกครั้งหนึ่งครับว่า ถ้าคุณเขียนงานมาดี น่าสนใจ
งานเป็นที่รู้จักของคนและเป็นเรื่องสากลพอที่จะสามารถต่อยอดเรื่องราวออกไปเพื่อนำไปพัฒนาในรูปแบบอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของ media อื่นๆ หรือในเชิงของการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผลงานที่สร้างขึ้น เมื่อนั้นโอกาสที่ดีต่างๆจะเป็นของคุณครับ

สนับสนุนคนไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลกเยอะๆครับ ^ ^