cartoon

ชวนมาไขลิ้นชักแห่งความทรงจำกันบ้างดีกว่า หลังจากที่เมื่อคืนได้ดูเพนเนโลเป้ การ์ตูนสั้น 5 นาทีหลังข่าวจากช่องทีวีไทยที่เริ่ม on air มาได้สักพัก ดูไป ยิ้มไป ^ ^ แล้วนึกถึงหลายอย่างตอนเด็กได้

ตอนเด็ก ๆ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถมเป็นช่วงที่มีกติกาอย่างหนึ่งที่แม่นมากครับ คือหลังข่าว 2 ทุ่ม ตอนการ์ตูนจบต้องเข้านอนแล้วนะ เพราะเดี๋ยวผู้ใหญ่เค้าจะดูละครต่อ เราก็ไม่ฝ่าฝืน รอแต่โดยดี และก็รอจนการ์ตูนมานั่งจ้องตาแป๊วสนุกสนาน และฝันดีก่อนเข้านอนกับญาติ ๆ ที่บางครั้งอาจจะมีนิทานเล่ามาแถมด้วย ^ O ^

การ์ตูนส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับเด็ก เข้าใจง่าย ๆ ล่ะครับ ถามว่าชอบเรื่องไหนมากที่สุด จริง ๆ ก็ชอบหมดเลยนะ ไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ในใจก็มีนึกเหมือนกันว่า เอ ใกล้เวลาจะต้องเข้านอนบนเตียงแล้วล่ะชิ มีแอบคิดด้วยว่าวันนี้จะกอดตุ๊กตาตัวไหนนอนดีน้อ > /// < เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้พอ ๆ กับการกินนมก่อนนอนเลยเชียวล่ะ

ถ้าจำไม่ผิด การ์ตูน 2 ทุ่มจะหายไปจากจอทีวีช่อง 7 ตอนช่วงขึ้นมัธยมพอดีนั่นแหละครับ และส่วนตัวก็ได้ขยายเวลาการนอนไปจนละครจบด้วย เลยรู้สึกตะหงิดใจนิดหน่อยว่า การ์ตูนมันหายไปไหนน้อ พอมาย้อนคิดทีหลังก็อย่างว่าล่ะครับ ละครแข่งกันซะขนาดนั้น เมื่อธุรกิจมองเห็นเวลาว่าเป็นเงินเป็นทอง จะมามัวเสียเวลา 5 นาทีให้เด็กทำไม เอาละครขึ้นเลยดีกว่า การ์ตูนหลังข่าวก็เลยหายไป

แต่พอทีวีไทยเอาการ์ตูนกลับมาตอนช่วงเวลาหลังข่าวตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็รู้สึกดีนะ แม้ว่าจะกลับมาในเวลานี้ แต่ถ้ามีโอกาสก็จะขอกดแว๊บไปดูให้ลั้นลาหัวใจหลาย ๆ เรื่อง อย่างเรื่องการ์ตูนแกะ หรือว่าล่าสุดอย่างเพนเนโลเป้นี่ก็ถูกใจจัง การ์ตูนวาดเหมือนสีเทียนแล้วเป็นอนิเมชั่นขยับลั้นลาแบบไม่คิดมากเนี่ย

ไม่รู้ว่าเด็กประถมสมัยนี้มาตรฐานกรุงเทพจะนอนกันเวลาไหนนะครับ แต่คาดว่าน่าจะกลายเป็น 4 ทุ่มแหง ๆ เลยพอมามองย้อนกลับดูว่าเวลา 2 ทุ่มเข้านอน โดยใช้การ์ตูนมาเป็นสัญญาณนาฬิกาก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดี ที่ทำให้เด็กที่ควรจะพักผ่อนได้พักเต็มอิ่ม ก่อนที่จะออกไปทำกิจกรรมหรือการเรียนอื่น ๆ ต่อไปแบบถูกสุขลักษณะ

อีกนัยหนึ่งของการแบ่งการ์ตูน 2 ทุ่ม ก็อยู่ที่การแบ่งเนื้อหารายการโทรทัศน์สำหรับผู้ใหญ่ อย่างเช่นละครต่าง ๆ ที่มีการตบตี เพราะสมัยก่อนรายการตอนเย็นก็มีแต่รายการเด็ก แล้วก็ข่าว ยังไม่มีละครตอนเย็นสักเรื่องให้ได้เห็นฉากตบตี ด่าทอ แย่งชิงรักหักสวาทกันตั้งแต่ตอนเย็นยันค่ำ แบบที่หลาย ๆ คนดูแล้วพาลูกดูและซึมซับแบบไม่มีตัวกรองเหมือนสมัยนี้......

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป เวลายามค่ำคืนของแต่ละคนก็จะใช้เวลานานขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผมก็เชื่ออย่างหนึ่งนะครับว่า การจัดสรรเวลาและเนื้อหาที่มีคุณภาพให้กับคน โดยเฉพาะเด็กตัวเล็ก ๆ ตาใส ๆ ก็จะเป็นการสร้างรากฐานที่ดี แม้ว่าเด็กจะต้องเจอสภาพแวดล้อมตามจริงในยามที่ออกนอกบ้าน แต่หากว่ามีเบ้าหลอมที่ดี ก็จะนำพาพวกเขาไปสู่สิ่งที่ดีในอนาคตครับ

จากเด็กที่โตมากับการ์ตูนหลังข่าว 2 ทุ่ม ^_________^

ขอสวัสดีอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับการเปิดตัวนิตยสาร Joys ฉบับ Beta1 ที่เปิดให้ดาวน์โหลดกันในวันนี้เป็นวันแรกครับ นิตยสารของเราในแต่ละเล่มจะแบ่งเนื้อหาหลักออกเป็นเกมส์ การ์ตูนและไลฟ์สไตล์ รวมถึงคอลัมน์เสริม และสกู๊ป ซึ่งเป็นส่วนที่มีความเข้มข้นที่สุดในเล่ม แนวทางการนำเสนอเนื้อหาของเราจะเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวงการเกมส์ การ์ตูน และกลุ่มไลฟ์สไตล์ ที่เป็นเรื่องราวใกล้ชิดหรือเกิดขึ้นกับคนไทยจริงๆ แบบเจาะลึก ขุดเอาข้อสงสัย เรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงเหล่านี้ที่หลายคนยังไม่รู้มานำเสนอให้ทุกคนได้ อ่านกัน

สำหรับจุดประสงค์ของการทำนิตยสาร Joys ขึ้นมา เป็นเพราะเราเล็งเห็นว่าทุกวันนี้ยังไม่มีสื่อสำหรับคนที่เล่นเกม อ่านการ์ตูนเป็นงานอดิเรก หรือที่เรียกกันว่ากลุ่ม “Casual” อย่างเช่นคนเล่นเกมตู้ 10 บาท 20 บาท พอสนุกๆ แล้วจากไป กลุ่มคนอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์ที่อ่านจบแล้วก็วางทิ้งไว้ ซึ่งหลายๆ ครั้งคนกลุ่มนี้ก็อยากจะรู้เรื่องราวในโลกของเกมการ์ตูนว่ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจกับเค้าบ้างแล้ว

แต่ัปัญหาสำคัญสื่อต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเนื้อหาก็ลึกจนเกินไปและต้องการพื้นฐานในการทำความเข้าใจ ทำให้เกิดอาการ “อ่านไม่รู้เรื่อง” อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงกลุ่มคนที่อาจจะไม่ได้ติดตามเกม การ์ตูนมาเลย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ปกครองที่มีบุตรหลานชื่นชอบเกม การ์ตูน เราจึงทำนิตยสาร Joys เพื่อตอบสนองคนกลุ่มนี้และพยายามปรับเนื้อหาให้คนทั่วไปได้ “ทำความเข้าใจ” กับสังคมเกม การ์ตูนที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด รวมถึงสอดแทรกเนื้อหาสนุกๆ นอกเหนือจากเรื่องหลักๆ เตรียมไว้ให้กับผู้อ่านด้วยครับ

ในตอนนี้ website www.joysmag.com มีนิตยสาร Joys ให้ทุกคนเลือก download ใน 2 แบบคือ PDF โดยใช้โปรแกรมอย่างเช่น Adobe Reader และแบบ EXE ที่เป็น file Flash แต่เนื่องจากนิตยสาร Joys ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของ printed magazine หรือสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป ดังนั้นผมแนะำนำว่าดาวน์โหลดไปอ่านเป็นแบบ PDF เพื่อให้อ่านง่ายและสะดวกดีกว่าครับ รวมถึงไฟล์ PDF เองก็ยังสามารถนำไปเปิดอ่านกับ PDA Phone หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับไฟล์ชนิดนี้ด้วย

นอกจากการออกนิตยสารแบบ e-magazine ที่ได้เริ่มในวันนี้ ในเดือนพฤศจิกายน นิตยสาร Joys ฉบับพิมพ์เป็นเล่มในเล่มแรกก็จะวางแจกฟรีตามสถานที่ต่างๆ ที่ระบุอยู่ในหน้าบรรณาธิการ รวม 58 จุดครอบคลุมเขตกรุงเทพและปริมณฑลเพื่อให้ได้ทุกคนได้หยิบอ่านกันอย่างสะดวก ครับ รวมถึงเราได้ร่วมมือกับ web พันธมิตร www.anime.in.th เพื่อเป็นช่องทางในการรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ในวงการเกมและการ์ตูนแบบสดๆ และฉับไวอีกด้วย

สุดท้ายนี้ คำแนะนำและกำลังใจจากคนอ่านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนทำงานด้านสื่อ โดยเฉพาะเล่ม Beta ดังนั้นขอเชิญทุกๆ คนเข้าไปฝากข้อความกันได้ใน blog Joys Team ที่ www.joysmag.com ครับ อย่างน้อยที่สุดเราหวังว่าคนที่ได้อ่านนิตยสารของเราจะหยิบเอาเรื่องต่าง ๆ ที่เรานำเสนอไปไว้พูดคุยเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกับเพื่อนได้และอย่าลืมบอก ต่อคนที่รู้จักกันให้เข้ามาลองดาวน์โหลดไปอ่านกันดูนะครับ

เีวียดนาม ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ทั้งโลกและในประเทศไทยเริ่มให้ความสนใจกันมากในขณะนี้ เพราะเนื่องจากการเปิดประเทศให้ไปสู่การค้าขายและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น เม็ดเงินที่หลั่งไหลไปสู่เวียดนามในตลาดหุ้นและภาคอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ทั้งแรงงานและโรงงานไฮเทคต่างๆ ได้ขยายฐานการผลิตไปที่เวียดนามอันเนื่องจากค่าแรงที่ค่อนข้างถูก และยังมีศักยภาพอีกมากที่จะขยายตัว อย่างเช่นบริษัทไมโครซอฟท์หรืออินเทล หรือแม้แต่นักลงทุนของไทยเองก็ไม่พลาดที่จะขอเกาะขบวนโอกาสและการเจริญเติบโตครั้งนี้ไปด้วย ทางสื่อไทยหลายๆที่ก็ได้พูดเรื่องของเวียดนามในหลายๆมุุุมกันมาแล้ว แต่สำหรับผมเอง ใน entry นี้จะมาเสนอถึงแง่มุมของการเจริญเติบโตของสังคมคนการ์ตูนในเวียดนามครับ

แน่นอนที่สุดว่าความเจริญของเมืองมีผลทำให้คนได้รับการศึกษาและเกิดการบริโภคสื่อที่มากขึ้น ซึ่งก็รวมไปถึงการ์ตูนด้วย การเจริญเติบโตของวงการการ์ตูนในเวียดนามก็ไม่ต่างจากหลายๆประเทศรวมถึงไทยที่จะมีการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นหัวขบวนของความนิยม และผู้ที่สนใจก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นเช่นเดียวกันครับ ซึ่งกระจุกความนิยมและรวมตัวกันอย่างเป็นรูปธรรมในเมืองหลวงที่ฮานอยและเมืองโฮจิมินห์ที่อยู่กันคนละด้านของประเทศ แต่ว่าทางโฮจิมินห์จะได้รับความนิยมมากกว่าครับ โดยสังเกตได้จากงานการ์ตูนที่มีมากกว่า ซึ่งงานการ์ตูนก็พึ่งได้รับความนิยมเมื่อช่วงประมาณปี 2005 และความเล็กใหญ่ของแต่ละงานก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดว่ามีศักยภาพขนาดไหนในการจัดงาน ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นงานเล็กๆที่จัดขึ้นในหมู่เพื่อนๆกันเอง โดยงานครั้งแรกที่มีการประกวดคอสเพลย์ที่เวียดนามคืองาน A-M Festival ที่จัดขึ้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2005 ครับ และงานที่จัดได้ว่าเป็นงานการ์ตูนที่มีขนาดมาตรฐานและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าร่วมก็มีจำนวนในปัจจุบันที่ 3 งาน คืองาน Kimdong Summer Festival , Stylish Festival (ACCTive Expo) และ SandO Festival ครับ



ขอยกตัวอย่างของงาน SandO ที่พึ่งจัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา งานเขาเริ่มตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม ในราคาค่าเข้าเที่ยวเดียว 15,000 ดอง (30 บาท) และเข้าหลายเที่ยวในราคา 20,000 ดอง (40 บาท) กิจกรรมภายในงานก็จะมีการขายสินค้าต่างๆได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็นโดจินหรือว่าสินค้า Merchandise ซึ่งสามารถจองบูทขนาด 3 X 3 เมตรในราคา 200,000 ดอง (400 บาท) การฉายภาพยนตร์และอนิเมชั่นต่างๆ และการประกวดวาดภาพการ์ตูนที่มีประกาศนียบัตรและเงินรางวัลแก่ที่ 1 เป็นจำนวน 2 ล้านดอง (4,000 บาท) การแข่งขันการ์ด และการประกวดคอสเพลย์ที่แบ่งเป็นประเภทเดี่ยว ทีม และแฟชั่นสไตล์ Anime-Manga รวมถึงการแจกรางวัลขวัญใจด้วย



ถ้าเมืองไทยเรามี pantip.com pocketonline.net iscanime.net all-final.com ที่เป็นแหล่งพูดคุยของคนการ์ตูนในประเทศไทย ทางเวียดนามก็ต้องมีแหล่ง Webboard ของคนการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดอย่าง http://www.accvietnam.vn/diendan ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็น community board ที่มีเนื้อหาสาระทางด้านการ์ตูนเหมือนอย่างเราๆเนี่ยแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป การพูดอัพเดทอนิเมและการ์ตูนใหม่ๆ ภาพวาดหรือภาพถ่ายคอสเพลย์ที่มาแบ่งกันดูระหว่างกลุ่มเพื่อนๆ และอีกสารพัด ทั้งหมดนี้พูดคุยกันในภาษาเวียดนามเป็นหลักครับ และสำนักพิมพ์การ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามมีชื่อว่า NXB Kimdong (http://www.nxbkimdong.com.vn) ซึ่งเป็นผู้จัดงานการ์ตูนและคอสเพลย์ที่ใหญ่ที่สุดในฮานอยอีกด้วย สำนักพิมพ์นี้พิมพ์ทั้งหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เกาหลี จีน และตอนนี้กำลังจะขยายกลุ่มการผลิตไปถึงการ์ตูนจากอเมริกาและแถบฝรั่งเศส - เบลเยี่ยม และ
การ์ตูนของเวียดนามเองด้วย

จบลงแล้วครับสำหรับรายละเอียดเท่าที่สรรหามาได้ในตอนนี้ อย่างน้อยที่สุด
ผมก็หวังว่าการโพสต์ครั้งนี้จะมีประโยชน์ในการทำใ้ห้เกิดการรู้เขารู้เราว่าตอนนี้ทางเวียดนามมีการพัฒนาไปในทิศทางใดแล้ว และฝากการบ้านให้แต่ละคนคิดต่อด้วยครับว่าเราน่าจะทำอะไรเพื่อปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพของไทยเราเองบ้าง ^___^