announcer

ผลการทดสอบ
1. อักขรวิธี

1.1 การออกเสียง ร และ ล - ร | ไม่เป็นธรรมชาติ / ร เป็น ล
1.2 การออกเสียงควบกล้ำ | ได้บ้างไม่ได้บ้าง / สับสน เช่น ประชุม - ปะ กลิบ - กริบ กล่าว - กร่าว ปลูก - ปรูก พระ - พละ
1.3 การออกเสียงวรรณยุกต์ | ไม่ตรง (มาก) เช่น สองพัน - ส่อง ของ - ข่อง ขึ้น - คึ้น หวงแหน - ห่วง สำคัญ - ส่ำ เน่าเสีย - เสี่ย อยู่หัว - หั่ว สมเด็จ - ส่ม ศึกษา - ส่า ผล - ผ่น
1.4 การออกเสียงพยัญชนะ | ไม่ตรง ร ไม่ธรรมชาติ
1.5 การออกเสียงสระ | ไม่ตรง จาก - จัก

2. ลีลาการนำเสนอ

2.1 วรรคตอน | หยุดต่อผิดที่ / แบ่งวรรคมาก
2.2 จังหวะ | ไม่กระชับ / สะดุดๆ / ไม่ราบรึ่น
2.3 ความเหมาะสมกับเนื้อหา | ยังเป็นการอ่านออกเสียง

3. ความถูกต้อง

3.1 ความถูกต้องตามหลักเกณฑ์การออกเสียง | ผิดบ้าง / พลั้งพลาด (สม - เด็ด - พระ - เทบ - พะ - รัด - ราด - สุ - ดา)
3.2 ความถูกต้องตามบท | พอใช้

4. ความชัดเจน

4.1 การออกเสียงคำ | ออกเสียงไม่เต็มคำ / รัวๆ รวบๆ เช่น สภาพ - พ่า รวบ - รั่ว กรุณา - กุนา เสด็จ - เส็ด สถาน - ถาน ยั่งยืน - ยืน เสนอ - เสอ สาย - สา อัญเชิญ - เชอ ก่อน - ก่อ แทน - แท
4.2 เสียงสอดแทรก | มีเสียงลมหายใจ / มีเสียงในช่ิองปาก / มีเสียงลมพ่นหน้าคำ

5. เสียง

5.1 ลักษณะโดยธรรมชาติและคุณภาพ | แจ่มใส
5.2 ระดับเสียงและการเปล่งเสียง | ขึ้นจมูก

6. อื่นๆ

ฝึกอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธีในข้อ 1.2 , 1.3 และควรออกเสียงให้เต็มคำชัดเจน

สรุป - ไม่ผ่าน คะแนน 41/100

นี่ล่ะครับคือผลการสอบครั้งแรกของผม เขาว่ากันว่าใครที่สอบครั้งแรกแล้วตกนั้นไม่แปลก ซึ่งผมเองก็เป็นคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้นครับ 55555+ อย่างน้อยที่สุดผมเสียร้อยนึงไปก็ได้ลองทดสอบกันอีกรอบล่ะครับ กะว่าอีกสัก 3 เดือนผมจะทดสอบครั้งที่ 2 ดู ซึ่งก็จะเอา comment ทั้งหลายไปปรับปรุงตัวและสอบใหม่ให้ผ่านในครั้งที่ 2 ให้ได้ล่ะครับ รอบที่ผมสอบมีคนสอบทั้งหมด 23 คน ผ่าน 1 คนครับ คนดังร่วมรอบเดียวกันก็มีคุณสาลินี ปันยารชุน / ลีน่า จังจรรจา / ติ๊ก กลิ่นสี โดยที่ 3 คนตกเรียบครับ โดยเฉพาะคุณติ๊กเองแกไม่ผ่านครั้งที่ 4 แล้วครับ ซึ่งเหลือโอกาสอีกครั้งเดียวเท่านั้น

ก็ต้องลุยสอบต่อไปล่ะครับ คงจะหาการอบรมสักครั้งดูเพื่อให้ช่วยเรื่่องสำเนียงและการออกเสียงให้ได้มากยิ่งขึ้นกับข้อสอบ 1 ข่าวในพระราชสำนัก 1 ข่าวทั่วไป และ 1 บทความ แต่อยากวอนกรมประชาสัมพันธ์จริงๆ ครับ ห้องขนาด 1.5 X 3 เมตรแคบๆ และอยู่คนเดียวเงียบเหงาๆ พร้อมกับไมค์ตัวหนึ่ง อยู่ดีๆ มีเสียงออดที่ดังขนาดนั้น มันสยองขวัญพิลึกเหมือนหนัง thriller นะครับ อยากให้เปลี่ยนเสียงกริ่งให้นุ่มๆกว่านี้ จะได้ไม่สะดุ้งเวลาอ่านจริง เหอๆๆๆ

ช่วงนี้เห็นหลายๆคนเริ่มไปสอบนู่นสอบนี่อะไรกันแล้วมาเล่าใน blog หลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสอบชิงทุนบ้าง สอบไปเรียนต่อปริญญาโทบ้าง หรือสอบไปเป็นแอร์โฮสเตสกันก็มีอยู่ ช่วงว่างๆอย่างนี้ก็เลยไปขอสอบใบผู้ประกาศฯ บ้างตามวิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนและต้องนำไปใช้ในอนาคตมาบอกเล่ากันบ้างครับ

ผมขอเล่ารายละเอียดคร่าวๆ ของใบผู้ประกาศฯ หรือชื่อเต็มๆของมันก็คือ "ใบรับรองการเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์" ครับ ใบอนุญาตนี้เป็นใบที่ทางกรมประชาสัมพันธ์จะออกให้สำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบการใช้ภาษาไทย เพื่อการกระจายเสียงสู่สาธารณะชนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ที่สอบผ่านจะสามารถใช้ใบนี้ในการเป็นพิธีกร ผู้อ่านและรายงานข่าวบนสื่อต่างๆ ก็คือวิทยุและโทรทัศน์ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายตลอดชีิิวิตครับ ซึ่งจริงๆแล้วการทดสอบนั้นจะมีทั้งภาษาไทย และภาษาถิ่นได้แก่ ภาษาอีสาน เหนือ และใต้ด้วยนะครับ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะสอบภาษาไทยกลางกันเนี่ยล่ะครับเพื่อนำไปใช้กันได้ทั่วประเทศ

ค่าสมัครสอบแต่ละครั้งอยู่ที่ 100 บาท ซึ่งการทดสอบจะแบ่งออกเป็น 4 หมวดคือ
  1. การอ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขระวิธี ได้แก่ ความถูกต้องตามหลักเกณฑ์การออกเสียง, การอ่าน ร เรือ ล ลิง, การออกเสียงควบกล้ำ, การออกเสียงตรงคำ ไม่เพี้ยนพยัญชนะสระ วรรณยุกต์
  2. ลีลาการนำเสนอ ได้แก่การแบ่งวรรคตอน การแบ่งจังหวะ น้ำหนักคำและความ การรักษาความในบท การใ้ช้น้ำเสียงที่เหมาะสมกับเนื้อหา
  3. ความชัดเจน ได้แก่การออกเสียงคำที่ชัดเจน และไม่มีเสียงสอดแทรกต่างๆ เช่นเสียงลมหายใจ เสียงลมพ่น เสียงจ้อกแจ้กในช่องปาก
  4. เสียง ได้แก่ คุณภาพของเสียงที่แจ่มใส และระดับของการเปล่งเสียงที่สม่ำเสมอ
และการให้น้ำหนักของคะแนนก็จะแตกต่างไป ได้แก่ อักขรวิธี 40 คะแนน ลีลาการนำเสนอ 20 คะแนน ความถูกต้อง 15 คะแนน ความชัดเจน 15 คะแนน เสียง 10 คะแนน รวมเป็น 100 คะแนน ซึ่งหลักเกณฑ์ก็จะแบ่งง่ายๆครับ ต่ำกว่า 50 คะแนนคือสอบตก เกิน 50 คะแนนคือผ่านแล้วก็จะได้ใบผู้ประกาศมา ซึ่งแบ่งคะแนนเป็น 51-60 คะแนนคือพอใช้ 61-80 คะแนน ดี และ 81-100 คะแนนคือดีมาก ซึ่งถ้าสอบได้แล้วก็จะได้บัตรหน้าตาเป็นแบบบัตร atm ก็คือบัตรพลาสติกแข็งครับ มีอายุ 5 ปีแล้วสามารถเข้ามาต่ออายุได้เรื่อยๆ ส่วนถ้าใครสอบแล้วยังไม่ผ่านก็สามารถสอบแก้ตัวได้ 5 ครั้ง หลังจากสอบไปแล้ว 1 เดือนของครั้งนั้นๆ ซึ่งถ้ายังไม่ผ่านอีกมีสิทธิให้ขอคณะกรรมการให้การพิจารณาในการสอบครั้งที่ 6 ได้ ซึ่งถ้าหลุดไปจากนี้ก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ

สำหรับกำหนดการส่วนตัวของผมเองจะเข้าไปสอบวันที่ 9 สิงหาคมครับ ระหว่างนี้ก็ต้องมานั่งอ่านคู่มือราคา 100 บาทแล้วนั่งอ่าน ร ล ไปเรื่อยๆ ช่างเข้ากับเพลงของพี่ป้างในช่วงนี้ที่จะต้องกระดกลิ้นเพื่อ relax ยิ่งนัก ก็ต้องฝึกไปเรื่อยๆเพื่ออีก 2 เดือนข้างหน้าจะได้อ่านออกเสียงอย่างถูกต้องตามหลักอย่างสมบูรณ์ครับ จะได้สอบครั้งเดียวผ่าน

อีก 2 เดือนจะมาเล่าบรรยากาศในเรื่องนี้อีกครั้งครับ ^__^