Entry นี้ขยายความมาจากข่าวสั้น ๆ ของนิตยสาร Marie Claire ฉบับ 11 / 2009 ครับ

จะว่าไปเดี๋ยวนี้การสื่อสารทางด้านศาสนาผ่านอินเตอร์เนตก็เป็นที่ครอบคลุมเพื่อให้คนแต่ละคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายนะครับ อย่างศาสนาพุทธในนี้ก็มีทั้งพระ @akkarakitt และ @mahaoath ที่พูดถึงทั้งคำสอนและัหลักการปฏิบัติตนของเหล่าพุทธบริษัทอย่างสม่ำเสมอผ่านบล๊อก และเว๊บธรรมมะก็มีมากเช่นเดียวกัน

ซึ่งตอนนี้บนโลกอินเตอร์เนตก็มีแม่ชีในอเมริกาลุกขึ้นมาเขียนบล๊อกเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของแม่ชีในคอนแวนต์เช่นเดียวกันครัีบที่ http://www.anunslife.org ซึ่งเป็นการรวบรวมตั้งแต่ link blog ของแม่ชีและซิสเตอร์ในนิกายโรมันคาทอลิกที่เขียนบล๊อกอยู่ในปัจจุบัน - Nun 101 สำหรับผู้หญิงที่อยากจะเป็นแม่ชีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร - Podcast ที่แม่ชีจะเสวนาเกี่ยวกับศาสนา รวมถึง forum และการอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ด้วย

ใครที่เป็นคริสเตียนอยู่แล้วก็แนะนำเข้าไปอ่านได้เลยครับ แต่สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาและศาสนาคริสต์นิกายอื่น ๆ หากต้องการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกันในความแตกต่างก็สามารถเข้าไปอ่านได้เช่นเดียวกันครับ

ป.ล. เกร็ดความรู้ที่ได้ - Nuns (แม่ชี) กับ Sister (ซิสเตอร์) เป็นศัพท์ที่ใช้ทดแทนความหมายกันได้ แต่ต่างกันตรงที่การเข้าพิธีประกาศตนอย่างเป็นทางการ โดย Sister จะประกาศตนแบบเรียบง่าย และอีกสิ่งหนึ่งคือเรื่องมรดกที่ Nuns นั้นจะละทิ้งทรัพย์ทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิตัดสินใจใด ๆ แต่ว่า Sister นั้นมีสิทธิตัดสินใจที่จะยกมรดกให้ใคร รวมถึงการจัดการทรัพย์สินได้ เช่น มอบเป็นทุนเรียนมหาวิทยาลัยให้หลาน เป็นต้น

โลกหมุนเวียน

posted on 26 Nov 2009 05:13 by nora  in General
 
เพลง : โลกหมุนเวียน
ศิลปิน : สุนทราภรณ์
เนื้อเพลง :

คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง เวส สุนทรจามร
 
อันความหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนที่ในโลกเรา
ทั้งเขาทั้งเราก็คงจะเห็นทั่วกัน
ไม่เที่ยงไม่แท้ปรวนแปรทุกวัน
ต่างเปลี่ยนแปรผันยิ่งนานนับวันมากหน
 
โลกเราทุกวันผลัดเปลี่ยนแปรผันง่ายดาย
ทั้งหญิงทั้งชายก็มีดีร้ายเจือปน
แต่ก่อนเศรษฐีเดี๋ยวนี้ซิจน
ผลัดเปลี่ยนเวียนวนจะแน่ไฉนกับโชคโลกเรา
 
โลกเรานี่ก็เหมือนเวทีที่กว้างใหญ่
เราเกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่า
ต่างมีกรรมทุกผู้ทุกหมู่เหล่า
เพราะว่าเขากับเราเกิดมาแสดงละครกัน
 
ละครของโลกมีโศกมีทุกข์สุขปน
คลุกเคล้าระคนชั่วดีเจ็ดหนปนกัน
อยู่อยู่ก็ร้ายแล้วหายไปพลัน
กลับเปลี่ยนแปรผัน ความดีเลวนั้นช่างกลับช่างกลาย
 
โลกเราผันแปรเกิดแก่เจ็บตายว่ายวน
คนเราทุกคนไม่มีใครพ้นความตาย
เมื่อเกิดมาแล้วไม่แคล้วสักราย
บทบาทสุดท้ายไม่มีแคล้วตายเพื่อนเอ๋ย
 
เป็นคนทั้งทีรีบก่อความดีให้สม
ทุกทุกสังคมจะได้นิยมชมเชย
เมื่อพลาดเพลี่ยงพล้ำอย่าซ้ำนักเลย
ไม่ช่วยก็เฉยโปรดเถิดอย่าเย้ยผ่อนหนักผ่อนเบา
 
ชีพยังอยู่ให้เขาชื่นชูประเสริฐกว่า
ไยจะมาอิจฉากันเล่า
อย่าเป็นคนเสียทีที่เกิดเปล่า
เพราะว่าเขากับเราไม่วายใกล้ตายทุกเวลา
 
ยามชีวิตยังจะฝากจะฝังอะไร
ครั้นถึงตายไปโลกเราจะได้บูชา
ด้วยเหตุฉะนี้ความดีนานา
อุตส่าห์ใฝ่หาประเสริฐหนักหนายิ่งกว่าอะไร
 
อาจจะช้าไปหน่อย แต่ขอร่วมไว้อาลัยด้วยความเคารพครับ

สิ่งที่ได้มาหลังจากอาบน้ำเมื่อตอนก่อน post : "คนเราควรเหมือนตุ๊กตาล้มลุก โดนกดลงไปจนสุดได้ ก็ต้องกลับมายืนตั้งตระหง่านได้ จนกว่าลมข้างในของเราจะฟีบไปตามธรรมชาติ"

 

 

ยอมรับครับว่าก่อนหน้านี้สักประมาณเที่ยงคืนเกิดอาการจิตเป็นพิษ คิดอะไรที่มันแย่ ๆ ต่อทั้งผู้อื่นและตัวเองไป วูบไปประมาณ 5 นาทีพลันก็รู้ตัว แก้ไข และวิธีหนึ่งที่ได้ผลชะงัดคือการอาบน้ำตอนกลางคืนครั้งแรกในรอบ 3 วัน หลังจากที่ไม่ได้อาบจากอากาศหนาวมา

รู้สึกเหมือนจะเคยพูดเกี่ยวกับเรื่องการอาบน้ำในนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ขอพูดซ้ำและเพิ่มเนื้อหาแล้วกันนะครับ ชอบการอาบน้ำตรงนี้ล่ะครับ บางทีก็ได้อะไรหลาย ๆ อยางมาตอนที่จิตเราว่าง ๆ และกำลังสดชื่นจากการอาบน้ำอยู่ ส่วนตัวแล้วมีพิธีกรรมเป็น step ครับ บางทีก็ใช้เวลาแช่อยู่ในห้องน้ำอยู่นาน

ตอนนี้ชอบทำสครับผิวด้วยเกลือผสมสมุนไพรไทยอย่างขมิ้นหรือมะขามครับ รู้สึกว่ามันหอมสดชื่นแบบไทย ๆ และสะอาดดี เรียกว่าออกมาทีห้องน้ำนี่หอมฟุ้งแบบแทบไม่ต้องเติมน้ำหอม หรือไม่อยากเอาตัวไปทาโลชั่นเลย เพราะจะกลบกลิ่นจากผิวกายไปหมด

การมานั่งขัดผิวนี่มันเหมือนการทำสมาธิทางอ้อมนะครับ เพราะว่าเราต้องค่อย ๆ ขัดและดูแลร่างกายของเราทีละส่วนแบบพิถีพิถัน ต้องไล่ตามลำดับไปเรื่อย ๆ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวอยากขัดแขนที ขาที จะเสร็จช้ากว่าเดิมเอาครับ เพราะเดี๋ยวเปลืองเกลือ แล้วได้สำรวจร่างกายตัวเองไปเรื่อย ๆ ด้วย

หลายครั้งห้องน้ำเป็นที่เกิดไอเดียดี ๆ อย่างการตะโกน ยูเรก้า ! ในเรื่องของการแทนที่น้ำ คิดไอเดียงาน บทกวี นั่งทวิตผ่านมือถือ อ่านหนังสือ ร้องเพลง เต้น sorry sorry จนลื่นล้มคาห้องน้ำ และงานสร้างสรรค์อื่น ๆ อีกมาก

เหตุผลเดียวสั้น ๆ คงเพราะจิตมันว่าง ไม่มีสิ่งรบกวนภายนอกหรือภายในจิตใจ หรืออย่างน้อยที่สุดเราก็ไม่ได้พกมันเข้าห้องน้ำตามไปด้วย..................

สิ่งดี ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่ในห้องน้ำนะ

Favourites