ไก่ทอดสไปรท์ซี่ VS KFC ตัวอย่างของพลังแห่งตราสินค้า
posted on 22 Nov 2006 00:03 by nora in 1Pic1Story
จำได้เลาๆว่าเคยมีบทความบนอินเทอร์เนตที่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วเปรียบเทียบให้หลายๆคนเอาไว้ว่า เหตุที่ไก่ KFC กับไก่ทอดข้างทาง ราคาไม่เท่ากัน เพราะเนื่องจากราคาค่าการตลาดของ Brand ที่สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ค่า Franchise ส่วนใหญ่ถูกไหลออกไปต่างประเทศตลอดเวลา แต่ตอนนี้ผมมีภาพตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมสำหรับร้านข้างทางที่รสชาติเหมือน KFC มากๆ มาให้ดูกับร้านไก่ทอดสไปรท์ซี่ แถวซอยรามคำแหง 29 เดินลึกไปประมาณเกือบ 100 เมตร ครับ (เผลอๆอร่อยกว่าด้วย เพราะทอดร้อนๆ จิ้มกินกับซอสมะเขือเทศ) แถมราคาถูกมาก และมีส่วนต่างๆให้เลือกเหมือนเป๊ะ ตั้งแต่ไก่ส่วนอกราคาชิ้นละ 15 บาท ไก่ไม่มีกระดูกหรือส่วนน่องเล็กๆ ก็ขายแค่ชิ้นละ 5 บาทเท่านั้นครับ คนก็มาทยอยซื้อเรื่อยๆ ตามสไตล์ร้านขายอาหารแถวราม
ผมว่านี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนครับ ว่าตัวเราเองก็สามารถทำไก่ให้อร่อยหรือเหนือกว่า KFC ได้เช่นกัน แต่ทว่าทำไม KFC ถึงสามารถครองตลาดและติดอยู่ในใจผู้บริโภคได้ยาวนาน หรือแม้แต่คำว่า ไก่ไม่มีกระดูก ไก่ป๊อป ที่เป็นชื่อเรียกที่ทำให้ทุกคนจดจำลักษณะสินค้าได้ แม้ว่าจะเป็นสินค้าลักษณะเดียวกันอย่างเช่นร้านไก่ทอดหน้ารามฯ ก็เกิดจากพลังของการทำประชาสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดภาพจำของ KFC เช่นกัน สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการสร้าง Brand อย่างเป็นระบบตั้งแต่ลักษณะการให้บริการ จนไปถึงเมนู และเป็นหน้าที่ของ Franchisee แต่ละประเทศที่เอากลยุทธ์ต่างๆไป Localization และจัดการจนทำให้ KFC เป็น 1 Brand ดังที่คนรู้จักกันทั่วโลก ภายใต้เครือ Yum-Restaurant
การยกตัวอย่างของ KFC ขึ้นมาคงเป็นภาพชัดเจนอันนึงในระดับโลกสำหรับธุรกิจการให้บริการทางด้านอาหาร แต่ผมเชื่อในพลังการสร้างสรรค์ของคนไทยครับ หลายๆแบรนด์ของไทยเองก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในการผลักดันสินค้าของตัวเองให้ไปสู่การค้าขายระดับนานาชาติ อยู่ที่ว่าใครจะสามารถหยิบจับพลังที่เป็นของดีเหล่านั้นออกมาทำให้มีประสิทธิภาพได้ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า
ปล. ใครว่างๆ อยู่แถวนั้นก็ลองไปชิมได้นะครับ แล้วจะรู้ว่าอร่อยจริงๆ XD~
ของแถม - รักเธอประเทศไทย # 2
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประชุมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ซึ่งรายงานการรับมือกับภัยหนาวที่จะเกิดขึ้น และให้ศูนย์อำนวยการต้านภัยหนาวของจังหวัด
--> เตรียมจัดซื้อเทอร์โมมิเตอร์ให้ชาวบ้านวัดอุณหภูมิ 14.3 ล้านบาท <--
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ฝากให้รื้อฟื้นภูมิปัญญาชาวบ้านขึ้นมารับมือภัยหนาว นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ยังขออนุมัติงบประมาณการขุดลอกลำห้วย 4 สาย วงเงิน 20 ล้านบาท ที่ค้างจากรัฐบาลชุดที่แล้วด้วย
ส่วนการประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวง วันนี้ ( 20 พ.ย.) นั้น ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จะมีการขอความร่วมมือให้แต่ละกระทรวงช่วยประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะประสานงาน หรือซักซ้อมข้อมูลไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน เพื่อให้โฆษกแต่ละกระทรวงชี้แจงภารกิจได้ทันที