281,215
205,347
3,865
460
8.40
14
8 Nov 2005

ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะเขียนบล๊อกถึงปีที่ห้าเข้าไปแล้ว ถึงแม้ว่าปีนี้ในช่วงหลัง ๆ จะไม่ค่อยได้เขียนบล๊อกสักเท่าใดอันเนื่องจากอารมณ์และการงานต่าง ๆ รวมถึง Facebook + Twitter ที่แชร์เรื่องที่ต้องการเขียน เรื่องที่ต้องการบอกไปเยอะ

พอลองหารปีไปแล้ว จำนวนการเขียนปีละ 92 Entry ก็ถือว่าไม่น้อยเลยเหมือนกันกับการตั้งหน้าตั้งตาเขียนอะไรไปเรื่อย ทั้งมีสาระและไร้สาระอะไรตามเรื่องตามราว

ปีที่แล้วเคยเขียนน้อยใจไปอย่างหนึ่งถึงเรื่องคอมเมนท์น้อย แต่ว่าก็มีคนเข้ามาตอบว่าก็เข้ามาอ่าน แต่หลายครั้งก็เกิดอาการจบในตอนแล้วไม่รู้จะเขียนคอมเมนท์อะไรต่อ

เอาเป็นว่างานเขียนต่อไปจะจบแบบปลายเปิดให้มากขึ้น และยังคงเขียนเรื่องราวอะไรที่น่าเก็บมาเล่า เก็บมาคิดต่อไปเรื่อย ๆ แล้วกันคร้าบ ^ ^

-----------------------------------------------------------------------------------

เรื่องถัดมาคือเรื่องที่อยากเขียนตอนยังมีความคิดสด ๆ หลังจากได้ดูหงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคอล รอบรองสุดท้าย เกิดมาก็นานแล้วนะ แต่ตัวเองก็พึ่งได้ดูมิวสิคอลเรื่องแรกก็งานนี้เนี่ยแหละ แล้วก็ได้เก็บประเด็นเอามาคิดแบบดูละครแล้วย้อนดูตัวจนได้กับเรื่องของ "อำนาจ"

ถ้าใครเคยดูละครมาก่อนน่าจะจำได้ว่าเรื่องหงส์เหนือมังกรนั้นจะว่าด้วยเรื่องอำนาจ ที่สุดท้ายแล้วก็เป็นอนิจจัง แม้จะแสวงหา หรือทำตัวเองให้ยิ่งใหญ่พองโตสักเพียงใด แต่ทุกคนก็ยังอยากได้มันมาไว้ครอบครองอยู่ดี โดยไม่สนวิธีการว่าจะถูกหรือผิด ขอเพียงให้ได้ยืนอยู่สูงเสียดฟ้าในความรู้สึกของตัวตนเท่านั้น

ส่วนตัวแล้วไม่เคยปฏิเสธว่า การมีอำนาจที่จะสามารถชี้ถูกหรือผิด หรือเป็นผู้ตัดสินใจว่าชีวิตตัวเองและผู้อื่นควรจะเลือกตัดสินใจ หรือเลือกเดินทางไหนนั้น ย่อมดีกว่าการที่เราจะถูกบงการโดยผู้มีอำนาจมากกว่าและบังคับให้ทำสิ่งที่ฝืนใจ หรือทำในสิ่งที่ไม่ชอบเสอ

ทว่าสภาพแวดล้อมของเราทุกวันนี้ถูกทำให้เชื่อว่า หากเรามีอำนาจมากขึ้้น เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือสูงขึ้นกว่าคนอื่นเสมอ ซึ่งสามารถพบเห็นได้จากคำโฆษณาที่ถูกคิดมาจากฝ่ายการตลาดอีกทอดหนึ่งในทำนอง "ชีวิตเหนือระดับ" หรือ "อำนาจแห่งการจับจ่าย" "สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าใคร" อยู่เสมอ

หากเรามองกลับกัน เมื่อเราถือในสิ่งที่เชื่อว่าเราจะมีอำนาจมากขึ้น เราจะยืนอยู่อีกระดับที่สูงกว่าใคร แต่เรากลับตกอยู่ภายใต้พลังแห่งอำนาจ ที่กำหนดจากผู้ที่อย่เหนือขึ้นไป หรือเมื่อเราคิดว่าเราถึงจุดข้างบนที่สุดแล้ว สุดท้าย เราก็ตกอยู่ในเกมแห่งอำนาจที่เราสร้างขึ้นมาเองอยู่ดี

เราตกอยู่ในเกมที่สร้างขึ้นมาว่า เราต้องมีผู้คนเยอะ เราต้องมีเงินเยอะ เราต้องมีอิทธิพล มีบารมี มีสายสัมพันธ์เยอะ ๆ เราต้องครอบครองความคิดคนในสังคมเยอะ เราต้องไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้เร็วที่สุด จากวันหนึ่งที่คนดูถูกเรา เราจะเหยียดยืนตรงให้สูงลิบลิ่ว เมื่อนั้นผู้คนจะยอมรับ เมื่อนั้นเราพูดอะไรคนก็จะเชื่อถือ เกรงกลัว เคารพ และเมื่อไหร่ที่ครบองค์ประกอบทุกอย่างแล้ว เราก็จะสำเร็จด้วยอำนาจที่เรามี

สุดท้ายก็อาจจะลงท้ายด้วย message ของละครเวทีเรื่องนี้ที่ควรถามกลับถึงใคร ๆ อีกคำถามหนึ่ง

"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอ ? .............."

ป.ล. สิ่งที่ Wow กับละครเวทีเรื่องนี้มากคือการเล่นของ ครูมืด - ญาณี ตราโมท - กลศ อัทธเสรี ที่เล่นได้ลึกและัพลังเยอะจริงจนน่าขนลุก ! ไม่รู้มีใครที่ได้ดูแล้วคิดอย่างนี้บ้างเอ่ย

ป.ล.2 ใครสนใจ ลองจิ้มดูละครผ่าน Youtube หงส์เหนือมังกร + มังกรเดียวดายดูได้เลยจ้า เวอร์ชั่นแท่ง มาช่า เล่นดีมากจริง ๆ

Comment

Comment:

Tweet

เคยดูเวอร์ชั่นมาช่า... จำได้ว่าสนุกมากเลยครับ big smile

#2 By clock on 2010-11-08 19:56

ชอบเพลงนั้น "แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอ"
มันคือคำตอบหลายๆ สิ่ง

#1 By เมพหมี shakri on 2010-11-08 01:23