ชื่อหัวข้อเหมือนโฆษณาขายผงซักฟอกเลยแฮะ 555555+ แต่ก็อยากเล่าเกี่ยวกับปัญหาเล็ก ๆ ที่เจอในช่วงเวลาที่ผ่านมาในบล๊อกเหมือนกัน เกี่ยวกับเรื่องกลิ่นอับที่เกิดขึ้นในห้องนอน
 
จะว่าไป ร้อยวันพันปีห้องตัวเองก็ไม่ได้มีกลิ่นอับ กลิ่นเหม็นอะไร จนกระทั่งดาดฟ้าเจอปัญหาน้ำขัง ทำให้ห้องนอนเริ่มชิ้นขึ้นเรื่อย ๆ จนปัญหาที่ตามมาคือราขึ้นจนต้องเอาวิกซอลมาถูเพื่อฆ่าเชื้อรา และห้องชิ้นจนเกิดกลิ่นอับกับหมอนและหมอนข้างที่ดูดความชิ้นได้เป็นอย่างเดีอยู่แล้ว
 
เมื่อเกิดกลิ่นอับขึ้นมา สิ่งที่ตัวเองสรรหาวิธีการแก้ก็มีหลากหลาย นอกเหนือจากการตากแดดที่แสงแดดทำยังไงก็ไม่โผล่สักที ทำวิธีสารพัด โรยแป้ง กลับหอม ฉีดสเปรย์ขจัดกลิ่นอับ ซักปลอกหมอน ฯลฯ แต่แล้วก็ยังไม่หายสักที
 
พอสุดท้ายที่ต้องตัดใจเอาหมอนออกจากห้อง ปรากฏ กลิ่นอับสุดทรมานหายไปทันที.................. อากาศเริ่มดีขึ้นตามลำดับ (หาวิธีตั้งนาน OTL......)
 
หลังจากสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็มาพาลนึกถึงอีกมุมหนึ่งถึงเรื่องการแก้ปัญหาว่าบางทีถ้าเรายื้อปัญหา โดยที่ไม่หางทางแก้ไขให้เด็ดขาด ไม่ยอมเอาบางสิ่งบางอย่างออกไปที่ทำให้ภาพรวมเสียออกไป ทุกอย่างมันก็จะไม่ดีขึ้นเลย ต้องยอมกลั้นใจเอาออกหรือหยิบออกไป แล้วหากทุกอย่างดีขึ้น ได้รับการแก้ไข ค่อยดึงกลับมาอีกครั้งก็ยังไม่สาย
 
และแล้วก็ได้บทเรียนชีวิตที่น่าคิดอีก 1 เรื่องจากกลิ่นอับที่มาจากฝน
 
ปิดท้ายสำหรับเรื่องปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด ขอเชิญทุกคนช่วยเหลือกันนะครับ เอาตามที่เราทำได้ ให้มีของให้ของ ใครมีเงินให้เงิน ให้มีแรงให้แรงตามสะดวกนะครับ ช่วยเหลือประเทศเรากัน และติดใจคำพูดหนึ่งที่อยู่ในทวิตเตอร์มาก

"บางที ความแตกแยกของประเทศนี้ อาจจะอุดรูรั่วได้ด้วยดินโคลนของน้ำท่วมนี่แหละ"

Comment

Comment:

Tweet

งั้นต้องน้ำท่วมบ่อยๆแล้วล่ะครับ sad smile

#3 By clock on 2010-10-23 11:10

ประโยคสุดท้ายคมบาดเลือดออกเลย confused smile

Hot! Hot!
ชอบประโยคสุดท้าย

"บางที ความแตกแยกของประเทศนี้ อาจจะอุดรูรั่วได้ด้วยดินโคลนของน้ำท่วมนี่แหละ"

#1 By Kondora on 2010-10-22 15:33