วันนี้ได้ดูหนังไทยจากช่อง 7 เรื่องโอปปาติก ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นำเสนอเกี่ยวกับประเด็นเรื่องความเป็นอมตะและหนทางการมีชีวิตอยู่ผ่านตัวละครต่าง ๆ ซึ่งล้วนเกิดจากผู้ที่ฆ่าตัวตายในเวลาเที่ยงคืน และกลับเกิดขึ้นมาใหม่ครับ ตัวละครตัวหนึ่งที่เล่นโดยเต๋า สมชายกลายเป็นผู้ที่ได้รับความสามารถคือเมื่อตายลงไป จะลอกคราบและกลับมามีชีวิตเหมือนเดิมได้ แต่ต้องผ่านความทรมานแสนสาหัสก่อนที่จะลอกคราบเสร็จสิ้น......

หนังหลาย ๆ เรื่องนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับชีวิต ความตาย ความอมตะ และการเกิดขึ้นมาใหม่ อย่างเช่น Series Highlander ที่มีตัวเอกอยู่ข้ามยุคกันมาเป็นพันปี หรืออนิเมชั่นเรื่อง Full Metail Alchemist ที่นำเสนอประเด็นเหล่านี้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความปรารถนาลึก ๆ ที่อยู่ในตัวมนุษย์จนมีการตั้งคำถามและการแสวงหาอย่างมากมาย ทั้งเชิงปรัชญาและวรรณกรรม

แต่ในมุมกลับกัน เรื่องโอปปาปติกก็เสนอเรื่องข้อเสียของการได้รับความพิเศษที่เกิดขึ้นในชีวิตหลังความตายครับ ในกรณีความเป็นอมตะก็เช่นกัน ตัวหนังเองได้ตั้งประเด็นคล้าย ๆ กับอีกหลายเรื่องตรงที่ว่า หากเราอยู่เป็นอมตะเพียงคนเดียว แต่ก็ต้องค่อย ๆ เห็นคนรอบข้างจากหายไปตามกาลเวลาที่เป็นจริง มันจะดีจริงเหรอที่เป็นเช่นนั้น.....

แม้มนุษย์เราจะมีอายุยืนเป็นหมี่น ๆ ปีเหมือนดั่งพุทธทำนายในยุคหนึ่ง หรือเท่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นฟ้า สุดท้ายแล้วก็หนีกฏธรรมชาติแห่งไตรลักษณ์ไปไม่ได้อยู่ดี มนุษย์เราสามารถทำได้เพียงการชลอทางการแพทย์ที่พัฒนาก้าวขึ้นมาเท่านั้น แม้จะมีการโคลนนิ่งร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถโคลนนิ่งจิตใจได้ 100% เหมือน copy ข้อมูลลง thumbdrive

แต่ถ้าหากเราเป็นอมตะได้จริง ๆ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผมก็เชื่อว่าสักระยะเวลาหนึ่งเราก็จะเกิดอาการอิ่มตัวทางการมีชีวิตอมตะอยู่ดี....... ด้วยความเป็นเรา ๆ เนี่ยแหละ และถึงวันนั้นเราอาจจะเรียกหาความสูญสลายเข้ามาแทนที่ในชีวิตก็ได้

ประเด็นกว้าง ๆ แต่เป็นสามัญมนุษย์แบบนี้ discuss กันได้เต็มที่เลยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะว่าไปธรรมชาติก็กำหนดทุกอย่างมาได้ลงตัวแล้วเนอะ
เกิด แก่ เจ็บ ตาย - - แม้คนเราจะเคยรู้สึกอยากมีความเป็นอมตะ
แต่เห็นด้วยอย่างที่บอกนะ - - เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง เราก็โหยหา
การสูญสลายเนอะ เป็นไปตามวัฎรจักรชีวิตอ่ะดีแล้ว ^^
อมตะ แต่ตายได้นี่โอเคครับ big smile

#2 By Ocean on 2009-10-04 02:49

อ่านหัวข้อ entry แล้วนึกถึง interview with the vampire เลย

ถ้าเป็นอมตะอยู่คนเีดียว ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เฝ้าดูคนที่ตัวเองรักหรือผูกพันต้องตายไปทีละคน ๆ คงไม่ดีแน่นอน และเอาเข้าจริงคงไม่มีใครเลือกให้ตัวเองเป็นอมตะในสภาพนั้น (หรือถ้าเป็น ก็คงจะเป็นคนประเภทที่ไม่กล้าจะเอาตัวเข้าไปพัวพันกับใครอีกแล้ว มีความสัมพันธ์เพียงผิวเผิน แล้วสุดท้ายก็จะจบลงที่ความโดดเดี่ยว เหนื่อยหน่าย แล้วก็ตาย...ความตายจากความเหงานี่ละ ฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่เป็นอมตะ)

แต่ถ้าสามารถทำให้คนที่เรารักเป็นอมตะด้วย (อย่างแวมไพร์) ก็ดีนะ แต่ก็นั่นแหละ มันก็ยังอุตส่าห์มีข้อเสียอื่น ๆ จนได้อยู่ดี

#3 By K9 on 2009-10-04 08:42

เห็นด้วยนะ เคยคิดเหมือนกันว่าจนถึงจุดหนึ่งคงเบื่อที่จะอยู่แล้ว (เหมือนกับที่พวกแวมไพร์ในหนังบางเรื่องโหยหา)

แต่ ในอีกแง่ สังคมมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และมีอะไรใหม่ๆ ให้ดูตลอดเวลา ปัญหาคือว่า ถ้าเราอยู่อย่างอมตะแต่แร้นแค้นแสนลำบาก อันนั้นคงไม่ได้เสพอะไรใหม่ๆ ให้ตื่นตาตื่นใจอยู่เรื่อยๆ สินะ แต่ถ้าเกิดได้เสพอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ อาจจะไม่เบื่อก็ได้ ?

สงสัยว่า ณ จุดหนึ่งที่โลกแตก (อาจจะไม่ใช่ระเบิดจริงๆ แต่อาจจะเป็นสูญหายทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม บลาๆๆ) ถึงตอนนั้นเราจะหายไปด้วยไหมหว่า ในเมื่อทุกอย่างมันหายหมด?

#4 By gsawa on 2009-10-04 11:49

เป็นอมตะนี่...ก็น่าเบื่ออยู่นะsad smile

#5 By toma on 2009-10-04 14:10

Favourites