หมี่ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก
posted on 13 Jul 2009 13:21 by nora in General
ระหว่างที่กำลังทำนู่นทำนี่อยู่ในบ้าน เสียงที่คุ้นเคยและเป็นเสียงที่เราน่าจะได้ยินกันตั้งแต่เด็กก็ดังเข้ามาครับ เป็นเสียงป๊อก ๆ ๆ ของบะหมี่รถเข็นที่เหมือนเป็นเสียงมาตรฐานโดยไม่มีแฟรนไชส์ที่ไหนมาบอกให้ทำ แต่ก็ป๊อกกันไปทั่วล่ะครับ
ไม่รู้ว่าใครเริ่มคิดที่จะเอาไม้กรับมาเคาะป๊อก ๆ เพื่อเรียกลูกค้าให้มาทานบะหมี่รถเข็นนะครับ ซึ่งกี่สิบปีเสียงเคาะจังหวะหนักเบานี่ก็แทบไม่เปลี่ยนเลย ทั้งจังหวะและน้ำหนักของการเคาะ และสิ่งที่ตามมาก็ชวนให้เราอยากกินเสมอซึ่งบางทีแม้แต่รถเข็นอยู่กับที่อย่างชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เจ้าของร้านยังขอหยิบกรับแล้วมาเคาะกับเค้าบ้างเลย (อันนี้จากประสบการณ์ตรงครับ ^ ^")
ขอตั้งข้อสังเกตนิดนึงครับว่า ผมแทบไม่เห็นอาหารประเภทอื่น หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวประเภทอื่นใช้วิธีการเรียกเคาะเลยนะครับ นัยว่าจะสงวนลิขสิทธิ์ให้กับร้านค้าประเภทบะหมี่เท่านั้น เหมือนแปลกแต่ก็เป็นเรื่องจริงนะครับที่ว่าพอเราได้ยินเสียงทีไร เราก็จะสามารถวิ่งถลาออกหน้าบ้านเพื่อเรียกบะหมี่มากินได้แน่ ๆ แบบไม่ผิดหวัง
แม้เราจะโดนสั่งโดนสอนจากผู้ปกครองในบางครั้งว่ากินบะหมี่ป๊อกมากมันไม่ดีนะ อาจจะด้วยคุณภาพของวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เรียกว่าอยู่ในขั้นประหยัดเพื่อให้ขายราคาถูกแล้วยังได้กำไร อย่างเส้นบะหมี่ที่สัมผัสถึงความเป็นแป้งอย่างชัดเจน หมูแดงที่อาจหั่นมาให้น้อย ๆ และอาจโดนปรามาสว่าผสมสีอันตราย ผักไม่สด มียาฆ่าแมลงเยอะหรือเปล่าก็ไม่รู้ น้ำมันกระเทียมค้างคืน ถั่วขึ้นราหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วเนี่ย.........เค้าทำสะอาดหรือเปล่า บลา ๆ ๆ ๆ
แต่เราก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อย 5555555+
ไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่านะครับว่าบะหมี่ป๊อกนี่โดยเฉลี่ยจะอร่อยกว่าร้านมาตรฐานทั่วไป อาจจะเป็นเพราะปรุงรสได้ถึงใจ แล้วเราสามารถปรุงรส และที่ขาดไม่ได้กับหมี่ป๊อกก็คือกากหมูีที่มาคู่กันแบบเป็นคู่ขวัญและส่วนมากเราจะขอได้ แม้จะรู้ว่าแคลอรี่เยอะ แต่เราก็ยังขอจ้วงเยอะ ๆ ได้ตราบใดที่เจ้าของร้านยังไม่เขม่นใส่เรา
พูดถึงบะหมี่ป๊อกในแง่ความทรงจำนั้นมีอยู่หลายมื้อเหมือนกันนะครับ แต่เอาระยะเวลานานที่สุดก็เป็นช่วงที่ทำงานเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมักจะมีรถบะหมี่ป๊อกเข็นผ่านมาแบบสม่ำเสมอครับ คนใน office ก็กินกันเป็นประจำ และเหมือนเป็นสัญญาณว่าพักเบรคได้สักที แล้วมานั่งกินข้าวกันครับ ผมยังจำได้เลยครับว่าวันนึง เพื่อนร่วมงานคนนึงได้กากหมูมาชิ้นนึงแบบเอามาทำข้าวหมูกรอบได้ 4-5 จานฟรี ๆ ด้วยนะครับ เป็นเรื่องที่ฮือฮากันในเวลานั้นมาก 555555+
มาถึงตอนนี้ ผมเองก็ห่างหายจากหมี่ป๊อกมาก็หลายปีอยู่ครับ อาจจะเป็นเพราะความสะดวกที่จะเลือกกินร้านอาหารต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ อย่างเดินข้ามไปก็เจอ 7-11 หรือมีร้านอาหารเป็นตัวเลือกให้อีกเยอะ แต่บะหมี่ป๊อกก็เป็นเมนูที่ผมคิดถึงเหมือนกันนะครับ อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกว่ามันหายากและไม่ประจำอยู่กับที่หรือเปล่าก็ไม่รู้
เปรียบเทียบไปก็คงเหมือนความสัมพันธ์ของคนที่เทียบได้ระหว่างคนซื้อกับรถบะหมี่ล่ะมั้งครับ ถ้ารถแล่นไปเร็วเกิน เราก็เรียกไม่ทัน ของไม่ครบเราก็อดกิน คนซื้อวันนั้นไม่อยู่บ้านหรือไม่หิว รถบะหมี่ก็อดขาย แต่ถ้าโอกาสเหมาะ คนซื้อก็หิว คนขายก็มีของครบพร้อมให้รอเรียกอยู่เต็มที่ เรียกทันเราก็ได้มาเจอกันสักทีนึง แล้วแต่ความถี่ว่าเราจะได้เจอกันบ่อยแค่ไหน กินได้ทุกวันหรือสักพักก็เบื่อไป.........
นึก ๆ ไปก็มีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในชามบะหมี่เยอะแยะ และทำให้ Feel Good ได้เหมือนกันนะครับ
ป.ล. อยากฟังเรื่องราวในชามบะหมี่ของคนอื่น ๆ บ้างจังครับ >____<
สีน้ำแกงจะออกแดงเรื่อ ๆ
ประทับใจที่น้ำแกงร้อนจัดมาก ๆ
ชอบเหมือนกัน ครับ
เจริญธรรม ฯ
#1 By Dhammasarokikku on 2009-07-13 14:19