สารพัดบัตรส่วนลด สะสมแต้ม
posted on 02 Jul 2009 14:46 by nora in General
เมื่อวานนี้พึ่งสมัครบัตรสะสมแต้มของ Watson ไปครับ เพราะปรกติก็ต้องเข้าไปเป้นรายเดือนไปซื้อนู่นซื้อนี่อยู่แล้ว สำหรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ลองไปดูได้ที่ www.watsons.co.th เอาครับ ค่าสมัครก็ใบละ 100 บาท แต่วันนี้จะไม่ได้พูดแค่เรื่องบัตรวัตสันเท่านั้นนะครับ แต่จะพูดโดยภาพรวมว่าบัตรสิทธิประโยชน์นั้น ลูกค้าถือแล้วได้อะไร ร้านค้าจะได้อะไร
ทุกวันนี้บัตรสะสมแต้มหรือแลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของร้านนั้นมีให้เลือกถือมากมายครับ จากยุคก่อนที่จะเป็นการสมัครบัตรลดราคาธรรมดา ซึ่งจะพบได้ตามร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดพิเศษ 5% 10% 20% VIP Card หรือลูกเล่นของการสะสมแต้ม ประทับตราหรือคูปองเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการครบตามเงื่อนไข ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างความจงรักภักดี (Loyalty) กับสินค้าในระยะยาวมาหลายสิบปี
จนมายุคสมัยนี้ที่ร้านค้าเริ่มให้ความสนใจกับการเลือกซื้อสินค้าและนำเสนอส่วนลดพิเศษเป็นรายบุคคล (One-To-One Marketing) บัตรพวกนี้ก็เริ่มฉลาดขึ้นครับ จากการเป็นบัตรพลาสติกธรรมดา ก็กลายเป็นบัตรที่ติดบาร์โค้ดหรือแถบข้อมูลแม่เหล็กไว้เพื่อเป็นรหัสลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าทุกคนว่าเขาซื้ออะไรกันไปบ้าง และเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายภายในร้านอย่างสม่ำเสมอว่ามีการตอบสนองต่อ campaign ทางการตลาดอย่างไรบ้าง
การมีข้อมูลภายในมือถือเป็นเรื่อสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดครับ แม้ข้อมลที่ได้จะไม่สามารถตอบได้แบบเป๊ะ ๆ ว่าต่อไปทำอย่างนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอน 100% แต่ก็ช่วยให้การคาดเดาทิศทางนั้นง่ายขึ้น
ผมยกตัวอย่างกรณีของ Tops และ Spot Rewards Card แล้วกันนะครับ จากการสะสมข้อมูลของลูกค้าต่าง ๆ ก็จะมีการวิเคราะห์ว่าลูกค้าแต่ละคนซื้อสินค้าประเภทใดซ้ำ ๆ กันบ้า้ง และเค้าก็เอาข้อมูลพวกนี้ล่ะครับไปเสนอให้กับทางเจ้าของสินค้าในกลุ่มเดียวกันเสนอส่วนลดสินค้าให้ลูกค้ารายนั้น ๆ นอกเหนือจากการทำส่วนลดให้แก่ลูกค้าโดยทั่วไป รวมถึงการส่งคูปองมาถึงบ้านและการสะสมแต้มเพื่อแลกคูปองส่วนลดจากการซื้อสินค้าต่าง ๆ ทั้งหมด
ในด้านความรู้สึกของคนที่ถือบัตรสมาชิกต่าง ๆ ก็จะรู้สึกครับว่าการมีบัตรอยู่กับตัวก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีสิทธิพิเศษ มีอะไรที่เหนือกว่าคนปกติ ทั้งยังเป็นการพกแบรนด์ต่าง ๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทางด้านอารมณ์ (ลองนึกภาพตอนเราถือบัตรสตาร์บัคส์ไปจ่ายค่ากาแฟดูครับ
) แต่ในทางกลับกันบัตรต่าง ๆ ก็จะหายได้โดยง่ายครับ ด้วยขนาดหรือการเก็บรักษาของแต่ละคน วิธีแก้ปัญหาของ Spot Rewards ในเรื่องยี้โดยการให้บอกเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละคนที่แคชเชียร์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวครับ
ลูกเล่นของแต่ละบริษัทก็แล้วแต่จะสรรหากันมาล่ะครับ อย่าง Carrefour I wish ก็มีการให้แต้มเช่นกัน แต่มีเฉพาะสินค้าเท่านั้น ไม่ได้นับจากยอดซื้อสินค้ารวมทั้งหมด หรืออย่าง The 1 Card ของเครือ Central และ Robinson ก็จะให้ส่วนลดแบบเป็นลำดับขั้นจากการสะสมแต้ม และแนวโน้มของการทำบัตรส่วนลดและสะสมแต้มก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ครับ อย่างเช่นรถไฟฟ้า BTS ที่หันมาทำบัตร Nuduan Plus กับเค้าบ้างแล้ว
ส่วนใหญ่บัตรที่ได้มากับแต่ละคนก็จะแจกฟรีล่ะครับ ถ้าพูดถึงว่าทำอย่างไรที่จะใช้บัตรสมาชิกของแต่ละคนให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด คำแนะนำก็คงเหมือนบัตรเครดิตเลยครับ ใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้ และมีสินค้าที่เราจำเป็นต้องใช้พอดี เพราะว่าส่วนมากแล้วเค้าก็จะใช้ Pricing Strategy ซื้อ 2 แถม 1 หรืออะไรก็ตามมาหลอกล่อเราให้เสียตังค์แล้วกลับมารู้สึกที่บ้านว่า เอ๊ะ ! ..... แล้วตกลงเราซื้อมาทำไมล่ะเนี่ย
สรุปแล้วในมุมของลูกค้า มีบัตรไว้แหละครับ ดีแล้ว จะได้ใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนทางด้านร้านค้าก็จะได้เก็บข้อมูลลูกค้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด (รวมถึงรายได้จากการขายข้อมูลให้ผู้ผลิตสินค้า
) ด้วย
ป.ล. คุณโบว์คร้าบ อยากฟังเรื่องเล่าบัตรแตงโม (Suica) บ้างจัง >____<
ป.ล.2 ได้รางวัล June Write กะเค้าด้วย เย้ ^ w ^ ~
เครื่องสำอางค์ที่ใช้ ซื้อที่นี่เยอะอยู่
#1 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-07-02 18:07