เมื่อวานนี้พึ่งสมัครบัตรสะสมแต้มของ Watson ไปครับ เพราะปรกติก็ต้องเข้าไปเป้นรายเดือนไปซื้อนู่นซื้อนี่อยู่แล้ว สำหรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ลองไปดูได้ที่ www.watsons.co.th เอาครับ ค่าสมัครก็ใบละ 100 บาท แต่วันนี้จะไม่ได้พูดแค่เรื่องบัตรวัตสันเท่านั้นนะครับ แต่จะพูดโดยภาพรวมว่าบัตรสิทธิประโยชน์นั้น ลูกค้าถือแล้วได้อะไร ร้านค้าจะได้อะไร

ทุกวันนี้บัตรสะสมแต้มหรือแลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของร้านนั้นมีให้เลือกถือมากมายครับ จากยุคก่อนที่จะเป็นการสมัครบัตรลดราคาธรรมดา ซึ่งจะพบได้ตามร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดพิเศษ 5% 10% 20% VIP Card หรือลูกเล่นของการสะสมแต้ม ประทับตราหรือคูปองเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการครบตามเงื่อนไข ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างความจงรักภักดี (Loyalty) กับสินค้าในระยะยาวมาหลายสิบปี

จนมายุคสมัยนี้ที่ร้านค้าเริ่มให้ความสนใจกับการเลือกซื้อสินค้าและนำเสนอส่วนลดพิเศษเป็นรายบุคคล (One-To-One Marketing) บัตรพวกนี้ก็เริ่มฉลาดขึ้นครับ จากการเป็นบัตรพลาสติกธรรมดา ก็กลายเป็นบัตรที่ติดบาร์โค้ดหรือแถบข้อมูลแม่เหล็กไว้เพื่อเป็นรหัสลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าทุกคนว่าเขาซื้ออะไรกันไปบ้าง และเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายภายในร้านอย่างสม่ำเสมอว่ามีการตอบสนองต่อ campaign ทางการตลาดอย่างไรบ้าง

การมีข้อมูลภายในมือถือเป็นเรื่อสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดครับ แม้ข้อมลที่ได้จะไม่สามารถตอบได้แบบเป๊ะ ๆ ว่าต่อไปทำอย่างนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอน 100% แต่ก็ช่วยให้การคาดเดาทิศทางนั้นง่ายขึ้น

 

 

ผมยกตัวอย่างกรณีของ Tops และ Spot Rewards Card แล้วกันนะครับ จากการสะสมข้อมูลของลูกค้าต่าง ๆ ก็จะมีการวิเคราะห์ว่าลูกค้าแต่ละคนซื้อสินค้าประเภทใดซ้ำ ๆ กันบ้า้ง และเค้าก็เอาข้อมูลพวกนี้ล่ะครับไปเสนอให้กับทางเจ้าของสินค้าในกลุ่มเดียวกันเสนอส่วนลดสินค้าให้ลูกค้ารายนั้น ๆ  นอกเหนือจากการทำส่วนลดให้แก่ลูกค้าโดยทั่วไป รวมถึงการส่งคูปองมาถึงบ้านและการสะสมแต้มเพื่อแลกคูปองส่วนลดจากการซื้อสินค้าต่าง ๆ ทั้งหมด

ในด้านความรู้สึกของคนที่ถือบัตรสมาชิกต่าง ๆ ก็จะรู้สึกครับว่าการมีบัตรอยู่กับตัวก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีสิทธิพิเศษ มีอะไรที่เหนือกว่าคนปกติ ทั้งยังเป็นการพกแบรนด์ต่าง ๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทางด้านอารมณ์ (ลองนึกภาพตอนเราถือบัตรสตาร์บัคส์ไปจ่ายค่ากาแฟดูครับ ) แต่ในทางกลับกันบัตรต่าง ๆ ก็จะหายได้โดยง่ายครับ ด้วยขนาดหรือการเก็บรักษาของแต่ละคน วิธีแก้ปัญหาของ Spot Rewards ในเรื่องยี้โดยการให้บอกเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละคนที่แคชเชียร์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวครับ 

 

 

ลูกเล่นของแต่ละบริษัทก็แล้วแต่จะสรรหากันมาล่ะครับ อย่าง Carrefour I wish ก็มีการให้แต้มเช่นกัน แต่มีเฉพาะสินค้าเท่านั้น ไม่ได้นับจากยอดซื้อสินค้ารวมทั้งหมด หรืออย่าง The 1 Card ของเครือ Central และ Robinson ก็จะให้ส่วนลดแบบเป็นลำดับขั้นจากการสะสมแต้ม และแนวโน้มของการทำบัตรส่วนลดและสะสมแต้มก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ครับ อย่างเช่นรถไฟฟ้า BTS ที่หันมาทำบัตร Nuduan Plus กับเค้าบ้างแล้ว

ส่วนใหญ่บัตรที่ได้มากับแต่ละคนก็จะแจกฟรีล่ะครับ ถ้าพูดถึงว่าทำอย่างไรที่จะใช้บัตรสมาชิกของแต่ละคนให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด คำแนะนำก็คงเหมือนบัตรเครดิตเลยครับ ใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้ และมีสินค้าที่เราจำเป็นต้องใช้พอดี เพราะว่าส่วนมากแล้วเค้าก็จะใช้ Pricing Strategy ซื้อ 2 แถม 1 หรืออะไรก็ตามมาหลอกล่อเราให้เสียตังค์แล้วกลับมารู้สึกที่บ้านว่า เอ๊ะ ! ..... แล้วตกลงเราซื้อมาทำไมล่ะเนี่ย

สรุปแล้วในมุมของลูกค้า มีบัตรไว้แหละครับ ดีแล้ว จะได้ใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนทางด้านร้านค้าก็จะได้เก็บข้อมูลลูกค้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด (รวมถึงรายได้จากการขายข้อมูลให้ผู้ผลิตสินค้า ) ด้วย

ป.ล. คุณโบว์คร้าบ อยากฟังเรื่องเล่าบัตรแตงโม (Suica) บ้างจัง >____<
ป.ล.2 ได้รางวัล June Write กะเค้าด้วย เย้ ^ w ^ ~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว่าจะไปสมัครบัตรวัตสันอยู่เหมือนกันค่ะ

เครื่องสำอางค์ที่ใช้ ซื้อที่นี่เยอะอยู่

#1 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-07-02 18:07

ในกระเป๋าสตางค์มีบัตรสมาชิกโน่นนี่เต็มไปหมด
บัตรสะสมแต้มร้านไหนๆ
เก็บไว้หมดจนกระเป๋าใกล้เสียทรงแล้วค่ะ


sad smile sad smile

#2 By kikuno on 2009-07-02 19:03

ไม่มีบัตรสักกะใบนอกจากบัตรประจำตัวประชาชนกับบัตรนักเรียนsad smile

หลังเขาไปมั้ยเนี่ยเรา


ยินดีด้วยนะคะที่ได้รับรางวัลconfused smile

#3 By olive on 2009-07-02 21:15

ดีใจด้วยนะครับคุณ Nora ที่ได้รางวัลbig smile

#4 By Kuroiketaro on 2009-07-02 21:37

เดี๋ยวนี้มีบัตรโปรโมชั่นในกระเป๋าเยอะกว่าเงินค่ะ 555+
ว่าจะเขียนเรื่องนี้เหมือนกันconfused smile

#5 By ยายแม่บ้าน on 2009-07-02 22:53

เห็นชื่อแล้วด้วยค่ะ ยินดีด้วยน้าา

ส่วนตัวแล้ว มีบัตรสมาชิกเยอะเหมือนกัน เยอะจนเพื่อนแซวเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นแต่ของกิน เราจะสมัครร้านที่เรากินบ่อยๆ เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว ตอนนี้ก็ลดปริมาณลงเยอะเหมือนกันค่ะ เพราะไม่ค่อยกินตามห้างเท่าไหร่แล้ว หรือถ้ากิน ก็กินอย่างเดิมๆ ที่เราเห็นว่ามันโอเคจริงๆ แต่ถ้าราคาบัตรขึ้นราคาไปอีกจนรู้สึกไม่คุ้มก็ไม่สมัครค่ะ

ตอนนี้ติดใจอยู่บัตรนึงค่ะ คือบัตรหนังของพารากอน ซื้อแล้วได้ป๊อปคอร์นบลาๆ บางเดือนได้ตั๋วหนังฟรีด้วย เยี่ยมไปเลยอ่ะ

ปล. บัตรวัตสันก็เพิ่งสมัครมาด้วยเหมือนกัน ฮ่ะๆๆ

#6 By gsawa on 2009-07-02 23:18

บัตร Suica ต้องไปขอให้ทางคันโตเค้าเล่าค่ะ ฝั่งคันไซจะเป็นอีกบัตรนึงชื่อ icoka กับ pitapa ^_^ คล้ายๆกันแหล่ะค่ะ

ป.ล. พอดีโบว์เขียนไปในหนังสือที่จะพิมพ์ด้วย เลยเล่าไม่ค่อยได้ 555

รางวัลได้อะไรเอามาโชว์บ้างนะคะ! ^_^

#7 By Hayashi Kisara on 2009-07-03 03:45

เป็นคนแทบจะไม่มีบัตรอะไรเลยยกเว้นบัตรประชาชน

ออ...คิดไปคิดมามีบัตรประชาชนใบเดียวคะsad smile sad smile sad smile

#8 By freeda on 2009-07-03 15:16

Favourites