ไปเห็นมาจากกระทู้ใน f0nt.com ที่พระธิติวโรได้ไปโพสต์เพื่อขออนุโมทนานักทำฟอนท์ใน f0nt.com ให้ช่วยกันทำฟอนท์อักษรอริยกะ เพื่อถวายให้แก่วัดบวรนิเวศวิหารเพื่อการศึกษาที่ปัจจุบันยังมีการเรียนการสอนอยู่ เห็นว่าน่าสนใจดีเลยหยิบมาเล่าใน exteen บ้างครับ

 

 

อักษรอริยกะ เป็นอักษรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงดำริและประดิษฐ์ขึ้นเพื่่อการใช้ศึกษาภาษาบาลี ซึ่งรูปอักขระจะคล้ายกับอักษรกรีก - ละติน เพราะเนื่องจากภาษาบาลีนั้นไม่มีอักขระเป็นของตนเอง และสมัยนั้นประเทศไทยยังต้องใช้ตัวอักษรขอมในการศึกษาภาษาบาลีเพื่อการเรียนรู้ทางพุทธศาสนา แต่เมื่อต่อมาเราสามารถใช้อักษรไทยในการแทนเสียงภาษาบาลีได้ ความนิยมจึงค่อยๆ หมดไป

ปัจจุบันนี้ยังมีการศึกษาอักษรอริยกะกันในมหามงกุฏราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาในวัดบวรนิเวศวิหาร) ครับ แต่ปัญหาที่พบคือ การใช้งานในด้านการเรียนการสอนเช่นการพิมพ์ข้อสอบ หรือการพิมพ์ตำรานั้นมีความยุ่งยากและเสียเวลาเป็นอันมาก เนื่องจากที่ยังไม่มีใครประดิษฐ์ฟอนท์ชุดนี้สำหรับคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเลยครับ (น่าจะมีแต่ตัวพิมพ์โลหะแบบตอก) แต่ล่าสุดทาง f0nt.com ก็มีอาสาสมัครคือคุณทัชชี่ไปเริ่มช่วยในการพัฒนาฟอนท์อักษรอริยกะแล้วครับ ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร

ที่ขอหยิบยกมาพูดไว้ใน exteen บ้าง เพราะอย่างน้อยที่สุดผมเองก็พึ่งทราบครับว่าประเทศไทยนั้นมีการประดิษฐ์อักษรอื่นๆ อีกมาก แต่ว่ากลับจะสูญหายไปและไม่มีใครบันทึกเพื่อสืบทอดมรดกทางภาษา ทำให้นึกถึงอักษรล้านนาครับ อย่างน้อยการ up entry นี้ขึ้นมาก็เพื่อเป็นอีกเรื่ยวแรงหนึ่งในการที่จะเผยแพร่ให้คนได้รับรู้ว่ามีตัวอักษรชุดนี้ใช้อยู่จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อักษรอริยกะเป็นตัวอักษรที่ ร.4 ทรงประดิษฐ์ขึ้นครับ

Comment

Comment:

Tweet

จามจุรีย์ นาคาธร เขียนแบบไหนค่ะ อยากรู้มากกกค่ะ รบกวนได้ไหมค่ะ เขียนแล้วแต่ไม่รู้จะถูกไหม ขอบคุนค่ะ

#14 By ไอซ์ (180.183.76.90|180.183.76.90) on 2015-04-19 21:02

very interesting. In fact after reading, I had to go show it to my friend and he enjoyed it as well!

#13 By Sunglasses for Glasses (69.90.60.116) on 2011-07-08 11:12

very interesting. In fact after reading, I had to go show it to my friend and he enjoyed it as well!

#12 By best sunglasses (61.99.4.72) on 2011-07-08 11:07

เรามีฟอนท์อริยกะค่ะ ใครสนใจเอาไปใช้พิมพ์ติดต่อได้ thepparatt at depthai dot go dot th

#11 By 1234 (58.37.245.126) on 2011-06-07 12:36

Hot! Hot! Hot!

#10 By WoRMGAdE~ on 2009-10-03 17:00

โอ้ว ความรู้ใหม่

ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟังจ้า

#9 By Present (124.120.10.2) on 2009-03-04 10:19

เห็นด้วยอย่างยิ่งคะ
เพิ่งรู้เหมือนกันแฮะsad smile

#8 By Mr.ลัลล้า on 2009-02-26 19:40

มาเว้บนี้ทีไรต้องได้ค.รู้กลับไปทุ๊กกกกทีHot! Hot! Hot!
ในประเทศไทยนอกจากจะมีอักษรอื่นๆมากมายแล้วก็มีภาษาพูดอื่นๆมากมายด้วยเหมือนกัน (ตอนแรกไม่เคยรู้จนกระทั่งมาเขียนเรื่อง globalization กับ cultural identityที่เขาบอกว่าเพราะglobalizationทำให้ภาษาที่ชนกลุ่มน้อยใช้กันเริ่มหายสาปสูญไปทั้งๆที่ภาษาเหล่านั้นก็มีอายุยาวนานไม่แพ้กัน)

แต่ตอนเห็นฟอนต์ครั้งแรกคิดว่าภาษารัสเซียแน่ะ 555

#6 By *。::Eda::。* on 2009-02-19 23:18

เหมือนเคยฟังพระอาจารย์เล่าตอนเด็กๆ แต่ไม่เคยเห็นอักษรจริงๆ เพิ่งจะเห็นวันนี้นี่แหละ

#5 By SweetPuff on 2009-02-19 23:15

โฮก ความรู้ใหม่ไวประดับสมอง Hot! Hot! Hot!

#4 By timo on 2009-02-19 21:48

พึ่งได้ทราบก็วันนี้หล่ะค่ะ
ความรู้ใหม่มาก Hot!

#3 By ยายแม่บ้าน on 2009-02-19 21:29

ทราบมาว่า ร.9ก็ได้ประดิษฐ์อักษรแบบใหม่มาเหมือนกันหน่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามีฟร้อนให้ดูหรือเปล่าคะ?

#2 By Na~mo on 2009-02-19 18:27

ร. 4 ทรงประดิษฐ์อักษรอริยกะ (อักษรของผู้เป็นอารยะ) โดยเลียนแบบอักษรโรมัน เรียงไว้ในแถวเดียวเพื่อให้สามารถนำลงบล็อกพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่น่าเสียดายที่อักษรนี้ต่างจากอักษรที่ใช้กันในชีวิตประจำวันของชาวไทยทั่วไป จึงไม่เป็นที่นิยม จะมีใช้ก็แต่ในวัดบวรฯ และเครือข่ายเท่านั้น

หลังจากสมัย ร.4 ก็มี ร.6 ซึ่งทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับการเขียนแบบตะวันตก มีตัวพิมพ์ตัวเขียน ทั้งยังวางแนวทางการเรียงคำในประโยคอย่างเดียวกับภาษายุโรปอีกด้วย แต่ก็ด้วยเหตุที่คล้ายคลึงกับในสมัย ร.4 ทำให้อักษรดังกล่าวไม่เป็นที่นิยม ที่ยังเห็นใช้บ้างก็เฉพาะในหนังสือเฉลิมพระเกียรติ ร.6 และสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ เท่านั้น

#1 By รัตนาดิศร on 2009-02-19 15:59