โลกไม่ได้หม่นหมองและมืดครึ้มตลอดกาล
posted on 20 Jun 2008 05:15 by nora in Generalก่อนอื่นขอพูดถึง tag สุข 13 ก่อนนะครับ ได้ตามไปอ่าน สังเกตจากหลายๆ comment และหลายๆ blog แล้วก็สนุกดีครับ ดีใจนะครับที่ tag idea ที่เริ่มต้นมาจากที่นี่จะสามารถกระจายไปสู่แต่ละคนได้เร็วอย่างนี้ และดีใจมากครับที่หลายๆคน ได้อ่าน และได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกดีๆต่อกันและกัน ^___^
----------------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้ก็เข้าหน้าฝนเต็มที่แล้วพร้อมกันฝนที่ตกเอาๆ เหมือนเช่นทุกปี มีหลายครั้งมากครับที่ผมเขียนอะไรที่เกี่ยวข้องกันฝน คงเป็นเพราะว่าความชอบส่วนตัวของฤดูกาลนี้ที่สามารถมองสิ่งต่างๆได้แปลกไปใน หลากหลายอารมณ์ และฤดูฝนของปี 2008 ก็มาพร้อมกับปัญหาต่างๆ มากมายที่ชวนให้เราปวดหัวได้ง่ายทั้งนั้น เหลียวมองไปรอบตัวก็เจอุปสรรคตั้งมากมาย
ลองไล่มาสิ ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น สภาวะเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ หรือว่าปัญหาส่วนตัวจิปาถะทั้งหลาย อาจจะเป็นปัญหาทางด้านการเรียน การงานเรื่องหัวใจที่ติดขัด ทำให้หลายๆคนรู้สึกว่า "โอ๊ย เหนื่อยจังเลย" อยากนอนพักผ่อนยาวๆ จัง ไม่รู้ว่าปัญหามันจะเข้ามาทับซ้อนกันไปถึงไหน สำหรับใครที่กำลังประสบอยู่ในภาวะแบบนี้อยากจะให้ลองมองออกไปข้างนอก หน้าต่างแล้วลองดูธรรมชาติของฝนครับ
ธรรมชาติของฝน เมื่อเมฆดำมารวมตัวแล้วความชิ้นสูงเพียงพอ พลันฝนก็จะตกลงมามากน้อยแตกต่างกันตามความชื่นที่สะสมอยู่ ถ้าเปรียบเทียบกับปัญหาของคนก็คงเป็นเช่นเดียวกันครับ ปัญหาที่เราเผชิญอยู่อาจจะเป็นปัญหาสะสมจากที่ผ่านมา แล้วมาระเบิดเอาตอนช่วงเวลาปัจจุบัน หรือว่าบางที่ปัญหาก็มาวิ่งชนเราโดยที่ไม่ได้คาดคิด
ว่าไปแล้วก็เหมือนกับฝนที่ตกลงมาท่ามกลางแดดจ้าและไม่มีสัญญาณใดๆ ให้เราได้ตั้งตัวก่อนหน้าครับ ปัญหาแต่ละอันก็มีลักษณะเฉพาะตัวและหลากหลาย หนักบ้าง เบาบ้าง เป็นปัญหาระยะสั้นหรือว่าต้องใช้เวลาแก้อันยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละคนประสบพบเจอในโจทย์ที่แตกต่างกัน แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไม่ได้อยู่คงทนถาวร ธรรมชาติบอกเราอีกเช่นกันว่า หากเราอดทนรอฝนอีกสักนิืด เมื่อฝนซาและหยุดก็จะได้พบกับบรรยากาศที่สดชื่น และตามมาด้วยฟ้าที่สดใส เปิดโล่งรอให้เราได้พบเห็น อาจจะมีรุ้งพาดผ่านยามแดดออกเป็นของแถม สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นไปตามวัฏจักรอยู่เสมอ
เหมือนชีวิตของคนเราล่ะครับ วันที่เรารู้สึกล้าเหลือเกินจนไม่อยากที่จะทำอะไร หากเรารู้สึกได้ถึงเป้าหมายที่กำลังทำอยู่ พลันเราก็จะบอกตัวเองว่า เอาล่ะ อีกนิดนึงก็จะถึงจุดหมายแล้ว และเมื่อมาถึงจุดหมายจริงๆ เราจะรู้สึกดีเหมือนกับการสูดอากาศที่สดชื่นได้เต็มปอด หลังจากที่ฝนเหล่านั้นได้ชะล้างบรรยากาศที่เป็นพิษต่างๆ ออกไปแล้ว และพร้อมที่จะผ่านมรสุมต่างๆ ต่อไปในอนาคตด้วยความเข้มแข็งขึ้น
แต่หากใครยังติดฝนและรู้สึกอยู่แย่ๆอยู่แล้วล่ะก็ ลองพลิกกลับมามองดูข้อดีของฤดูฝนแล้วมานั่งไล่กันดีกว่า
อย่างน้อยเวลาฝนตกก็ทำให้เราต้องหาที่สักที่ที่เรารู้สึกดีมาหลบฝนในช่วง เวลานั้นๆ ทำให้หลายๆคนได้หยุดจากความเร่งรีบ มีบรรยากาศเป็นใจที่ช่วยทำให้ช๊อกโกแล็ตร้อนๆ สักแก้วมีรสชาติที่อร่อยขึ้น ใครที่อยู่ที่บ้านก็อาจจะมีกลิ่นดินกลิ่นฝนจากพื้นที่สีเขียวๆในบ้านที่ช่วย ทำให้สดชื่นขึ้น ช่วยปล่อยอารมณ์ให้นึกถึงเรื่องต่างๆ และอาจจะพาลให้คิดถึงใครบางคนท่ามกลางฝนที่ตกลงมาสม่ำเสมอก็ได้นะครับ ลองมองเรื่องที่ดีๆ จากสิ่งที่ประสบอยู่ จะทำให้ใจสบายขึ้นเยอะเลย
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ติดฝนอยู่ หลังฝนซา ฟ้าจะสดใสครับ ^ ^
