ย้าย office มาไว้ที่บ้าน

posted on 06 Jun 2008 11:49 by nora  in General

[FAQ Tag ยังเปิดให้ถามอยู่นะครับ สนใจตั้งคำถาม click ที่นี่]

ช่วงสัปดาห์ก่อนมีอยู่ประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจและสอดคล้องกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันเป็นอย่างมากก็คือการที่ นพ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี (หมอเลี๊ยบ) รมว.คลัง ได้ออกมาเสนอแนะภาครัฐว่าควรเริ่มให้ข้าราชการได้มีโอกาสทำงานที่บ้านบ้างเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ยกเว้นหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานบริการประชาชนต่างๆ ซึ่งแต่ละที่ก็เริ่มออกมาขานรับกับนโยบายดังกล่าว รวมถึงบริษัทที่มีการแปรรูปแล้วอย่างเช่น TOT ก็ได้เตรียมออกเครื่องมือเพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติการสามารถทำงานที่บ้านโดยการติดต่อสื่อสารผ่าน virtual office และประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและชิ้นงานผ่านทาง internet อีกด้วย

จริงๆ แล้วถ้าจะว่าไป เรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับภาคเอกชนแต่อย่างใด เพราะหลายๆ บริษัทที่มีการดูผลงานโดยผ่านทางผลการทำงานก็นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะบริษัททางด้าน IT ต่างๆ ที่เผลอๆ จะนิยมการ outsource ในลักษณะที่ทำงานเสร็จค่อยเข้ามา office ทีเดียวเลย หรือไม่ก็ส่งผ่าน internet กันซะด้วยซ้ำ หรืออย่างเมืองนอกที่มีการใช้ call center ที่สามารถทำงานที่บ้านได้เลย โดยข้อมูลทุกอย่างจะอยู่บนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์นะครับ

สำหรับตัวผมเองในช่วงระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผมนิยมการทำงานนอกบ้านมากกว่าครับ และก็ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศซะทีเดียว เพราะด้วยตัวงานและลักษณะการทำงานของผม เวลาครึ่งหนึ่งจะไปอยู่กันข้างนอกเพื่อการเจรจาต่างๆ รวมถึงการไปขลุกอยู่ในร้านค้าหรือห้างต่างๆ เพื่อที่จะดูนู่นดูนี่ เก็บข้อมูล เก็บไอเดียต่างๆ เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ มีอะไรที่นึกได้ก็จดๆ ทำๆกันไว้ รวมถึงบางทีก็แว็บส่งไฟล์ต่างๆให้คนอื่นที่กำลัง online อยู่ เรียกว่าการทำงานของผมเป็นไปในลักษณะของ anywhere can be office ครับ สำหรับ office ในนิยามและลักษณะการทำงานของผมมันเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนและระดมสุมหัวกับพูดคุยถึงเรื่องที่สำคัญจริงๆ และอาจเป็นความลับต่างๆ รวมถึงการมานั่งกันชิลๆหาอะไรมานั่งกิน นั่งดื่ม ดูน่นดูนี่กันไปครับ

แน่นอนว่าผมต้่องสนับสนุนกับการที่มีการออกนโยบายอย่างจริงจังเพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ สำหรับงานที่ไม่ต้องเข้า office ซึ่งเป็นเรื่องที่่ดีครับสำหรับการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และถ้าประสิทธิผลของการทำงานนั้นเทียบเท่ากับการที่ต้องออกมาผจญโลกภายนอกเพื่อฝ่าฟันการจราจรและปัญหาสารพัดก็จะเป็นเรื่องที่เยี่ยมเอามากๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกกันไปและยังไม่มีเทคโนโลยีใดมาทดแทนได้จริงๆ สิ่งนั้นก็คือ human touch หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่เห็นหน้าค่าตากันจริงๆ แบบตัวเป็นๆ โดยไม่ต้ิองผ่านกล้อง ผ่านอะไรก็ตาม แต่ความสำคัญจริงๆ ของการทำงานร่วมกันนั้นอยู่ที่การทำงานร่วมกันเป็นทีมโดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันและทำมันให้สำเร็จครับ ^ ^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เจ้านายเคยพูดเรื่องจะให้ทำงานอยู่ที่บ้านเหมือนกันค่ะ
แต่เราก็คิดนะ ว่านอกจาก Human Touch แล้วเนี่ย ยังมีเรื่อง Human Discipline อีกด้วย ถ้าใครคุมตัวเองไม่ได้นี่ งานเสียหายเลยนะ

#1 By gsawa on 2008-06-06 14:10