ทำไมต้อง I Think .. ?
posted on 16 Apr 2006 01:45 by nora in Generalเปิด Blog กับเขามาตั้งหลายเดือน Comment ก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละ Entry มีคนเข้ามาเยี่ยมชมตอนนี้ก็เลย 2,000Hits ไปแล้ว ก็คงต้องขอบคุณไว้ตรงนี้เลยนะครับ ทั้ง Comment และคนที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมทุกๆคน ไม่รู้ว่าหลายๆคนที่เข้ามาจะสังเกตหัว Blog หรือเปล่านะครับ ว่าผมเขียนไว้ว่า I think .. หลายๆคนไม่รู้จะสงสัยหรือเปล่าครับว่า ทำไมต้อง I think นั่นสิ ทำไมหว่า?
ถ้าใครเริ่มสงสัยก็แสดงว่าเราเริ่มมีบางอย่างที่ตรงกันแล้วล่ะครับ ;) ลักษณะส่วนตัวของผมส่วนหนึ่งคือความชอบคิดครับ เช่น ถ้าเกิดว่าสิ่งหนึ่งดำเนินเรื่องราวไปในอีกทิศทางหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้น แล้วจะมีผลกระทบอะไรบ้าง จะเป็นไปได้มั้ยที่จะเกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ขึ้น สิ่งที่มีอยู่ เกิดขึ้นในปัจจุบันจะเกิดให้เกิดผลกระทบอะไรกับอนาคตบ้าง และอีกสารพัดความคิดที่เกิดขึ้นตลอดเวลาครับ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธรรมชาติของ Blog นั้นแตกต่างจาก Diary Online คือจุดกำเนิดครับ จุดกำเนิดเบื้องต้นของ Blog หรือชื่อเต็มก็คือ Web Log นั้นเกิดจากการที่กลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน นำเอา Web Log มาใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยการนำเสนอเนื้อหาและข่าวคราวความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ด้วยวิธีการที่ง่ายๆและรวดเร็วเหมือนกับเวลาเรา post ลง webboard โดยเจ้าของ Blog ครับเช่น Blog ทางด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ Blog คนรักชมรมต่างๆ กลุ่มต่างๆ ด้วยหน้าตาที่คล้ายๆกับ Web page อันหนึ่งและวิธีการใช้ที่ง่ายดายจึงได้รับความนิยมและแพร่หลายให้คนทั่วไปได้ใช้งานกันในปัจจุบัน สำหรับแกนหลักของ Blog ผมที่ก่อกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ต้น ก็คือการนำเสนอความคิดเห็นจากเรื่องที่ผมสนใจมาแลกเปลี่ยนทรรศนะ และความคิดเห็นกันในหลายๆเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่คงจะเป็นเรื่องราวเหตุการณ์ข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน ตัดสลับบรรยากาศโดยการพูดถึงเรื่องอื่นๆ ที่น่าสังเกต มีเรื่องราวที่สนุกๆ ซึ่งความหมายของ I think นั่นก็คือสิ่งที่ผมคิดครับ บางทีเราอาจจะคิดเหมือนกัน หรือมองในมุมมองที่แตกต่างกันในเรื่องๆนั้นก็เป็นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่ประการใดครับ หลายๆเรื่องก็อาจจะต้องการมุมมองที่ครบทุกด้าน มีมิติที่ซับซ้อนเกินกว่าที่จะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพียงคำอธิบายในมุมเดียว
ผมว่าจริงๆความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างนึงที่อยู่คู่กับมนุษย์ครับ เพราะว่าการที่เราสามารถดำรงความเป็นอยู่ พัฒนาให้เกิดสิ่งต่างๆมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เนี่ยล่ะครับที่เป็นตัวกระตุ้นต่อมความสงสัยของมนุษย์ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล แล้วนำมาต่อยอดให้เกิดออกดอกผลกันไปตามกระบวนการของแต่ละสาขา ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเบื้องต้นของความอยู่รอด การทดลอง การประดิษฐ์คิดค้นทั้งเชิงวิทยาศาสตร์ การผลิตงานทางด้านศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ และอีกสารพัดสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้
ความคิดนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นของที่ไม่เสียสตางค์ซื้อหาครับ แต่กลับมีความสำคัญมากมายและก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งเจ้าของความคิดและผู้นำความคิดไปใช้ และใช้ความคิดเหล่านั้นไปต่อยอด ที่เรารู้จักกันในชื่อของ องค์ความรู้ คงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันครับ ว่าความคิดแต่ละคนนั้นไม่ใช่ของสาธารณะทั่วๆไป ที่จะหยิบฉวยออกมาจากบนอากาศแล้วเก็บใส่กระเป๋าของตัวเองไว้ได้ ความคิดที่แต่ละคนมีนั้น เกิดจากการสั่งสมฐานความรู้ของแต่ละคนแล้วนำมาประมวลผลกับสิ่งต่างๆที่มีการบันทึกไว้ จนก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ เกิดเป็นกระบวนการสรุปความคิดและตัดสินใจในการกระทำและตอบรับต่างๆต่อไป ลองถามดูตัวเองก็ได้ครับ เวลาเราเดินผ่านข้างนอก เรามีความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆรอบตัวยังไงบ้าง แล้วมีปฏิกิริยาตอบโต้ยังไงบ้าง หรือแม้ขณะกระทั่งอ่าน entry นี้อยู่ คุณก็อาจกำลังสงสัยครับว่า เอ๊ะ แล้วตาคนนี้ทำไมพิมพ์อะไรยืดยาวขนาดนี้
คราวนี้ เริ่มสงสัยหรือยังล่ะครับ ว่า Why think? .. ^ ^

พิมพ์อะไรซะยืดยาวววววว
ฮ่า ๆ ๆล้อเล่นค่ะ
ก็ให้ความรู้ดี
อืม I think ... it's very nice !
#1 By lli:.LEADTENSHI.:ill on 2006-04-16 01:49