แนะนำ 7 ข้อ ก่อนการช๊อปปิ้งตอนสิ้นปี
posted on 03 Dec 2009 04:30 by nora in General
ปรกติเป็นคนชอบอ่านกระทู้ครับ และห้องหนึ่งที่ชอบเข้าไปอ่านรายละเอียดก็คือห้องโต๊ะเครื่องแป้งใน pantip และหนึ่งในกระทู้ยอดฮิตของเหล่าบรรดานักช๊อปที่สิงสถิตอยู่ในห้องแป้งก็คือกระทู้งานเซลล์สินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ รองเท้า กระเป๋า และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงมาโพสต์ของที่ตัวเองซื้อกันตอนหลังจากงานและบอกค่าเสียหายรวมกัน
แถมช่วงสิ้นปีนี้เหมือนกับเป็นเทศกาลชั้นดีที่บรรดาห้างสรรพสินค้าและบริษัทต่าง ๆ พากันจัดงานลดราคาประจำปีในหลายจุดประสงค์ ทั้งเป็นเดือนที่ลูกค้ามีกำลังการซื้อสูงเพราะได้โบนัสจากบริษัท เป็นเทศกาลปีใหม่ที่ต้องซื้อของขวัญให้แก่กันและกัน รวมถึงการระบายสินค้าออกจาก Stock หรือกลับทิศกันก็คือการเปิดตัวสินค้าใหม่ไปเลย และการจัดสินค้ามาเป็นชุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นช๊อกโกแล๊ต ขนมขบเคี้ยว เครื่องสำอางค์ สินค้ากลุ่มสุขภาพ และอะไรก็ตามที่เจ้าของบริษัทจะหาไอเดียมาจัด package ได้
แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ.... อุ๊ย ! อันนู้นก็อยากได้ อันนั้นก็น่ากิน เอาช๊อกโกแล๊ตไปตุนไว้ในตู้เย็นก็ดีนะ อันนี้ลดตั้ง 60% แน่ะ อันนี้ซื้อ 3 ชิ้นแถม 2 ชิ้นเชียวนะ ส่วนเสื้อผ้่านี่ก็ซื้อชิ้นต่อไปลดครึ่งราคาด้วย อ๊ะ ! O w O นั่นก็กระเป๋าถือที่เล็งมานาน ถูกจัง แถมถูกใจมากเล๊ย > w < ~.............. (แน่นอนว่ามันไม่จบง่าย ๆ แน่)
สารพัด Gimmick ที่ถูกงัดมาใช้และล่อตาลอใจคนซื้อ จนกว่าจะรู้ยอดรวมการช๊อปตัวเอง บัตรเครดิตรูดจนเกือบเต็มวงเิิงิน หรือไม่ก็ซื้อของมากกว่าเดือนอื่น ๆ 3-5 เท่าตัว จนนั่งกลุ้มว่าตังค์ชั้นทำไมมันเกลี้ยงเร็วขนาดนี้ เราจะซื้อมาทำไมน้อ = [] =" ไม่น่าเห็นแก่เสื้อราคา 199 บาทเลย ก็ตอนแรกเห็นมันถูกนี่.... T . T และอีกสารพัดคำบ่นให้ตัวเองและคนข้าง ๆ ได้ฟังเหมือนเล่นเพลง Repeat (เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีกรอเทปแล้ว 5555+) แบบ Pause ไม่ได้
อย่ากระนั้นเลย หนุ่มสาวนักช๊อปทั้งหลาย มาสำรวจตัวเองก่อนจะลงสู่สนามการช๊อปเป็นข้อ ๆ ก่อนลุย จะได้ไม่ปวดหัวหลังผ่านเข้าสู่ปีใหม่และพบว่ากระเป๋าตัวเองแห้งผากดีกว่า ^ ^
1. ของช๊อปอะไรเป็น Need ของช๊อปอะไรเป็น Want
ข้อนี้เหมือนกับกฏการช๊อปทั่วไป แต่อาจจะยืดหยุ่นได้เป็นพิเศษสำหรับใครที่เก็บตังค์แบบกันส่วนเพื่อรอซื้อของชิ้นนั้นมานาน และรอเทศกาลลดถล่มทลายทั้งหลาย แต่ยังไงเราก็ต้องมานั่งสำรวจตัวเองอยู่ดีว่า ของชิ้นนั้นถ้าเราไม่มี ชีวิตเราจะแย่ลงมั้ย ของอะไรที่เรามีจะเกิดอาการสุขใจ แยกออกมาให้ชัดเจนก่อน และตั้งคำนวณงบประมาณเอาไว้ในใจ ยอมให้เราบวกลบได้เล็กน้อยสำหรับของที่ไม่อยู่ในแผน
แต่อย่าถึงขั้นตั้งงบเผื่อ 1 เท่าตัวเลยนะ ^ ^" สู้เราตั้งงบประมาณที่แท้จริงที่เราจะจ่ายได้นี่ดีกว่าเยอะัเลย
2. สำรวจโปรโมชั่นแต่ละที่ และสถานที่ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
นี่คือข้อได้เปรียบจากช่วงปรกติที่แต่ละบริษัทหรือแต่ละห้างอาจจะสลับช่วงกันโปรโมต แต่ว่าในเทศกาลปีใหม่ก็ไม่มีใครยอมน้อยหน้าใครอยู่แล้วในการแข่งกันทำโปรโมชั่น รวมถึงเทศกาลเซลล์ของบริษัทและศูนย์ประชุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสหพัฒน์เอย ศูนย์สิริกิติ์เอย ไม่ต้่องพูดถึงเซนทรัล เดอะมอลล์ พารากอน & ETC. แต่ละที่พากันพาเหรดมาอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือการตรวจสอบทั้งสินค้าที่ร่วมรายการว่าเป็นของที่อยู่ในข่ายที่เราจะซื้อหรือเปล่า ถัดมาก็มาสำรวจบัตรต่าง ๆ ที่เราถือ ทั้งบัตรเครดิต หรือบัตรสมาชิกร้านค้าและห้างต่าง ๆ ว่าให้สิทธิพิเศษอะไรเราบ้าง แต้มสะสมที่เราซื้อของมานานเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ถ้าวางแผนตรงนี้ดี ๆ เราจะสามารถลดรายจ่ายจากการช๊อปจากที่ได้ส่วนลดอยู่แล้วในเทศกาลปีใหม่
3. โปรดระวังการช๊อปเพลินจากบัตรของขวัญ (Gift Voucher)
สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนมักจะได้รับในเทศกาลปีใหม่ก็คือ Gift Voucher ต่าง ๆ จากร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นได้กินของฟรีบ้างล่ะ คูปองส่วนลดหรือคูปองใช้แทนเงินสดบ้างล่ะ การแจกคูปองเป็นกลยุทธ์ทางหนึ่งของบรรดาร้านค้าที่หวังว่าลูกค้าจะซื้ออะไรเพิ่มนอกเหนือจากที่ลูกค้าได้สิทธิพิเศษมา
ถ้าเป็นคูปองส่วนลดหรือคูปองเงินสดก็ชัดเจน ยังไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่หลายคนก็อาจจะตกหลุมกับเงื่อนไขตัวเล็กยิบย่อยที่ชวนให้เรามองข้ามไป แล้วก็ไปหน้าเอ๋อตอนจ่ายตังค์ที่เคานเตอร์แล้วก็ อ้าว มันต้องใช้แบบนี้เหรอ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะได้คูปองอะไรมา เราต้องดูเงื่อนไข รายละเอียด รวมถึงวันหมดอายุของคูปองใบนั้น ๆ ก่อนด้วย และที่สำคัญ คนหลงกล ได้คูปองแทนเงินสดมา 4,000 แต่ช๊อปจริงน่ะเป็นหมึ่น เพราะเห็นว่ามีเงินฟรีตั้ง 4,000 กันมาแล้ว ร้านค้ารับคูปองพร้อมบัตรเครดิตก็ยิ้มแฉ่งกันไป
ถ้าคนจะซื้อเยอะอยู่แล้ว เรื่องที่ยกมาข้างบนถือว่าได้ประโยชน์กันไปทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถ้าเป็นนักช๊อปแบบ budget ล่ะก็ อย่าเผลอตัวเผลอใจเป็นอันขาดล่ะ !
4. ตรวจสอบสินค้าที่กองกระบะลดราคาให้ดีก่อนจ่ายตังค์
Sale ! Clearance Sale ! Super Sale ! End of year sale ! ป้ายพวกนี้ทำเอาสายตาเราพร่ามัวไปชั่วขณะ สติขาดความยั้งคิดและวิ่งปรี่ไปเกาะที่กระบะเพื่อแย่งตบตีกับคนข้าง ๆ ที่รุมเข้ามาจิกของแต่ละชิ้นออกไป เพราะว่ามันปักป้ายถูกเหลือทนจนอยากจะรีบควักแบงค์พันออกมาแลกกับของที่อยู่ในมืออย่างเร็ว
ช้าก่อน ! อย่าลืมว่าสินค้าส่วนใหญ่ที่มีการลดราคา หรือโละราคาออกไปมักจะเป็นสินค้าที่ไม่รับคืน ถ้าเป็นเสื้อผ้าหรือ รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ต้องตรวจเช็คสภาพสินค้าให้ดี รอยตำหนิ ของผิดสเป็คมีมั้ย ระยะการรับประกันเท่าไหร่ เรารับเงื่อนไขได้หรือเปล่า ยิ่งของที่มีวันหมดอายุ อย่างเช่นของกินหรือเครื่องสำอางค์ยิ่งต้องตรวจ ผลิตออกมาเมื่อ 3 - 4 ปีที่แล้ว หรือจะหมดอายุในอีก 2 เดือนข้างหน้าล่ะ เราจะกินทันมั้ย ใช้ทันหรือเปล่า
อย่าคิดจะเสียเงินน้อย เพื่อให้เราท้องเสียหรือหน้าพังตอนหลังเลยครับ
5. ยิ่งตัวรวม Package ยิ่งตัวดี ของหมดอายุมีต้องโวย
ต่อเนื่องจากข้อ 4 เราเจอกันมากเรื่องการสอดใส้ของที่หมดอายุ ซึ่งจะพบกันมากในกระเช้าของขวัญที่รวมห่อกันไป แล้วเรามักจะไม่ได้ตรวจสอบสินค้าด้วยความเชื่อใจว่าของมันจะใหม่จริง ๆ และกลายเป็นช่องโหว่ของผู้ค้าบางคนที่เอาเปรียบลูกค้าโดยการยัดใส้ของที่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุเต็มทดและคิดในราคาบวกตะกร้าหรือ Package อื่น ๆ อันสวยหร เพราะฉะนั้น เช็คได้ เช็คครับว่าเป็นของใหม่จริง ๆ อย่าลืมว่าเรามีสิทธิตรวจสอบในฐานะผู้ซื้อสินค้า
อีกประการคือ Package ล่อตาล่อใจ มีของสิบกว่าอย่าง เห็นแล้วสวยมาก อยากซื้อกล่องยกกล่องไปเป็นพัน ถ้าเกิดเราคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ลองสินค้าอื่น ๆ ของบริษัทเค้าในราคาพิเศษ ก็ซื้อไปเถอะครับ หรือถ้ายิ่งถูกใจของเค้าทั้งบริษัท (มักพบมากในขนม + ช๊อกโกแล๊ต) ก็ยิ่งเป็นโบนัสไปใหญ่
แต่ถ้าลืมคิดไปว่าเราใช้จริงแค่ 2 - 3 อย่างนะ ระวังจะเกิดอาการ " ชั้นซื้อมาทำไม = [] = " กำเริบหลังเทศกาล
6. ตรวจสอบใบเสร็จให้สอดคล้องกับโปรโมชั่นและเงินที่ต้องจ่ายจริง
หลาย ๆ ครั้ง พนักงานก็อาจจะเกิดอาการมึนและส่งใบเสร็จสินค้ามาคิดเราแบบราคาผิด ๆ ถูก ๆ บางครั้งอาจจะแกล้งทำมึนคิดราคาแพงกว่าป้ายที่แปะไว้ เพราะฉะนั้นเราต้องตรวจใบเสร็จใ้ห้ดี ก่อนที่จะจ่ายสินค้า และระวังการสับเปลี่ยนของสินค้าในแต่ละถุง ให้ชัวร์ว่าเป็นของที่เราซื้อจริง ๆ
ถ้าเกิดปัญหาขึ้น อย่าเก็บข้อสงสัยไว้กับตัวแล้วมาทักท้วงตอนหลัง ให้สอบถามทันทีที่จุดชำระเงิน แม้ว่าเราอาจจะผิดและทำเอาหน้าแตกทีหลัง เพราะเค้าคิดถูกแล้ว แต่ถ้าเค้าผิดจริง ๆ ล่ะ ?
อ้อยเข้าปากช้างแล้ว จะคายออกมาก็ยากแสนยาก โดยเฉพาะภาวะที่คนแย่งกันป้อนอ้อยให้ช้างจนไม่รู้แท่งไหนเป็นของใคร
7. ช๊อปเสร็จแล้ว ^_____^
เดินย่องหาคนใกล้ตัวแล้วกระซิบ "หลับตาน๊า.....เค้ามีเซอร์ไพรส์ล่ะ ๐ > w < ~"
ญาติสนิทมิตรสหาย ครอบครัว คนข้างตัว เจ้านาย ลูกน้อง สามี ภรรยา คนที่เรารัก เพื่อนร่วมโลก & ETC. เทศกาลแห่งการให้ของขวัญขั้นมหาศาลแบบนี้อย่าลืมลองเลือกของที่แต่ละคนชอบ ทั้งของที่เรารู้ตั้งแต่กุมภาพันธ์ว่าเค้าอยากได้มาก หรือของที่เราคาดว่าของที่ให้เค้าจะชอบจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ
สิ่งน่ารักอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้ แม้ว่าเราจะมี BB มี Facebook Twiter SMS ไปมาหากันแล้ว แต่ลายมือที่ติดมากับคำอวยพรหวาน ๆ หรือคำทื่อ ๆ แต่จริงใจก็มีเสน่ห์ได้ไม่แพ้กันเลย เพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้อย่าพิมพ์ครับ แม้ลายมือเราจะแย่แค่ไหน แต่นั่นก็เป็นลายมือเรานะ (ถ้ากลัวคนอื่นอ่านไม่ออกจริง ๆ แนะนำให้คนข้างเคียงช่วยเขียนได้)
อีกอย่างหนึ่ง ของขวัญขำ ๆ ที่ให้ไป คนได้รับก็อาจจะรู้สึกโอเคนะ แต่ถ้าเป็นของที่เค้าโดนใจ หรือว่าเป็นของที่เอาใจแลกใจใส่ให้กันไป คงจะรักกัน ยิ้มแฉ่งแล้วกอดกันกลมเลย ^___^
-------------------------------------------------------------------------------------------
สุดท้าย แม้จะเป็นอีก entry ที่ยาว แต่เชื่อว่าก็จะเป็นประโยชน์สำหรับมิตรรักนักช๊อปได้ไม่มากก็น้อยครับ เพื่อให้ทั้งประหยัดสตางค์และได้ของที่โดนใจ ตอนนี้ส่วนตัวนึกถึงของชิ้นหนึ่งที่ตั้งใจจะทำหลังจากเขียน entry นี้เสร็จเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ปีนี้ เป็นสิ่งเรียบง่ายแต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ทำมาตั้งนานแล้วให้เป็นของขวัญให้กับคนที่จะได้รับครับ
ลองนึกดุว่าของขวัญอะไรที่เราลืมให้คนรอบตัวไป ทั้งแบบรูปธรรมและนามธรรม และทำมันให้สำเร็จดังตั้งใจ
ยังไม่อวยพรตอนนี้นะครับ เดี๋ยวสิ้นปีค่อยบอกผ่าน blog นี้อีกที ^______^