มาแล้วครับกับนิตยสารจอยส์ฉบับ B10 ซึ่งเล่มนี้เราพูดถึงการ์ตูนเรื่องเฮตาเลียในแง่มุมของความนิยมและวิธีการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ให้สนุกและน่าสนใจครับ ใครจะนึกบ้างครับว่าอยู่ ๆ ดีวัยรุ่นที่ชอบอ่านการ์ตูนจะหันมาสนใจประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 กันซะอย่างนัี้น ไม่ว่าจะด้วยความสนุกของการ์ตูน หรือการที่อุดมไปด้วยขายหนุ่มหน้าตาดีก็ตาม

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็ได้จับเอาคนทำสื่อประัวัติศาสตร์สำหรับกลุ่มวัยรุ่นมาคุยถึงเฮตาเลียกันครับ ไม่ว่าจะเป็น ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล (www.fukduk.tv) ซึงช่วยกำกับภาพยนตร์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร" , สุรนิตย์ ชุมสาย ณ อยุธยา (สำนักพิมพ์ E.Q.Plus) อดีต บก. นิตยสาร Comic Quest และ Quest News, ไพราษฏร์ สุสุขเมฆ และ สุเทพ พรมมงคล (สำนักพิมพ์นานมีบุคส์) ซึ่งมีซี่รี่ย์การ์ตูนความรู้จากเกาหลี "ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า" อยู่ด้วยครับ

และสำหรับการตอบคำถามชิงรางวัลในเล่มนี้ก็มีหนังสือจากหลายค่ายจริืง ๆ ครับ ทั้งหนังสือการ์ตูนประัวัติศาสตร์ของสำนักพิมพ์ E.Q. Plus และนานมีบุคส์ รวมถึง "บั่นทอนปัญญาสามัญประจำบ้าน" ของภูภู่ โดย สนพ. สยามอินเตอร์ ก็เอามาแจกกับเค้าตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงพิมพ์ ทั้ง 3 หัวข้อนี่แจกอย่างละ 5 รางวัลครับ เรามีลิงค์ตอบคำถามในเรียบร้อยแล้ว

ประกาศต่อมาเป็นเรื่องรับสมัคร นักข่าว + นักเขียนใหม่ของ www.joysmag.com ในตำแหน่ง "Joys Writer" ครัีบ โดยเขียนเกี่ยวกับเรื่องของเกม เรื่องของการ์ตูน และสนุกได้กับไลฟ์สไตล์วัยรุ่นทุกสิ่ง สนใจสมัครส่งรายละเอียดและตัวอย่างผลงาน พร้อมระบุว่าตัวเองถนัดเขียนและมีความสามารถในเรื่องใดเป็นพิเศษ (ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเกมและการ์ตูน) ได้ที่ joys@joysmag.com ที่เดียวครับ

และอย่างที่ปักป้ายไว้บนหัวเว็บที่หน้าตาเริ่มเปลี่ยนไปแล้วว่า ตอนนี้จอยส์กำลังปรับปรุงอีกหลายสิ่งและกำลังจัดวางระบบต่าง ๆ ใหม่ เพราะฉะนั้นแล้วจอยส์จะขอหยุดทำนิตยสารก่อนนะครัีบ ถ้าทุกอย่างลงตัวแล้วเราจะกลับมาทำให้ดาวน์โหลดแน่นอน แต่ว่าแฟน ๆ การ์ตูน Choconeko ก็ยังติดตามการ์ตูนรายสัปดาห์ได้ทาง http://choconeko.exteen.com ได้เช่นเดิมทุกวันอังคารนะครับ แถมมีเพิ่มตอนด้วยเอ้า !

ประกาศทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จะช้าอยู่ใยครับ Download นิตยสารได้ที่ www.joysmag.com เล๊ยย > w < ~

ป.ล.แล้ววันดีคืนดี Content ใน www.joysmag.com ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ

 

 

เมื่อวานนี้พึ่งสมัครบัตรสะสมแต้มของ Watson ไปครับ เพราะปรกติก็ต้องเข้าไปเป้นรายเดือนไปซื้อนู่นซื้อนี่อยู่แล้ว สำหรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ลองไปดูได้ที่ www.watsons.co.th เอาครับ ค่าสมัครก็ใบละ 100 บาท แต่วันนี้จะไม่ได้พูดแค่เรื่องบัตรวัตสันเท่านั้นนะครับ แต่จะพูดโดยภาพรวมว่าบัตรสิทธิประโยชน์นั้น ลูกค้าถือแล้วได้อะไร ร้านค้าจะได้อะไร

ทุกวันนี้บัตรสะสมแต้มหรือแลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของร้านนั้นมีให้เลือกถือมากมายครับ จากยุคก่อนที่จะเป็นการสมัครบัตรลดราคาธรรมดา ซึ่งจะพบได้ตามร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดพิเศษ 5% 10% 20% VIP Card หรือลูกเล่นของการสะสมแต้ม ประทับตราหรือคูปองเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการครบตามเงื่อนไข ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างความจงรักภักดี (Loyalty) กับสินค้าในระยะยาวมาหลายสิบปี

จนมายุคสมัยนี้ที่ร้านค้าเริ่มให้ความสนใจกับการเลือกซื้อสินค้าและนำเสนอส่วนลดพิเศษเป็นรายบุคคล (One-To-One Marketing) บัตรพวกนี้ก็เริ่มฉลาดขึ้นครับ จากการเป็นบัตรพลาสติกธรรมดา ก็กลายเป็นบัตรที่ติดบาร์โค้ดหรือแถบข้อมูลแม่เหล็กไว้เพื่อเป็นรหัสลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าทุกคนว่าเขาซื้ออะไรกันไปบ้าง และเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายภายในร้านอย่างสม่ำเสมอว่ามีการตอบสนองต่อ campaign ทางการตลาดอย่างไรบ้าง

การมีข้อมูลภายในมือถือเป็นเรื่อสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดครับ แม้ข้อมลที่ได้จะไม่สามารถตอบได้แบบเป๊ะ ๆ ว่าต่อไปทำอย่างนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอน 100% แต่ก็ช่วยให้การคาดเดาทิศทางนั้นง่ายขึ้น

 

 

ผมยกตัวอย่างกรณีของ Tops และ Spot Rewards Card แล้วกันนะครับ จากการสะสมข้อมูลของลูกค้าต่าง ๆ ก็จะมีการวิเคราะห์ว่าลูกค้าแต่ละคนซื้อสินค้าประเภทใดซ้ำ ๆ กันบ้า้ง และเค้าก็เอาข้อมูลพวกนี้ล่ะครับไปเสนอให้กับทางเจ้าของสินค้าในกลุ่มเดียวกันเสนอส่วนลดสินค้าให้ลูกค้ารายนั้น ๆ  นอกเหนือจากการทำส่วนลดให้แก่ลูกค้าโดยทั่วไป รวมถึงการส่งคูปองมาถึงบ้านและการสะสมแต้มเพื่อแลกคูปองส่วนลดจากการซื้อสินค้าต่าง ๆ ทั้งหมด

ในด้านความรู้สึกของคนที่ถือบัตรสมาชิกต่าง ๆ ก็จะรู้สึกครับว่าการมีบัตรอยู่กับตัวก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีสิทธิพิเศษ มีอะไรที่เหนือกว่าคนปกติ ทั้งยังเป็นการพกแบรนด์ต่าง ๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทางด้านอารมณ์ (ลองนึกภาพตอนเราถือบัตรสตาร์บัคส์ไปจ่ายค่ากาแฟดูครับ ) แต่ในทางกลับกันบัตรต่าง ๆ ก็จะหายได้โดยง่ายครับ ด้วยขนาดหรือการเก็บรักษาของแต่ละคน วิธีแก้ปัญหาของ Spot Rewards ในเรื่องยี้โดยการให้บอกเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละคนที่แคชเชียร์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวครับ 

 

 

ลูกเล่นของแต่ละบริษัทก็แล้วแต่จะสรรหากันมาล่ะครับ อย่าง Carrefour I wish ก็มีการให้แต้มเช่นกัน แต่มีเฉพาะสินค้าเท่านั้น ไม่ได้นับจากยอดซื้อสินค้ารวมทั้งหมด หรืออย่าง The 1 Card ของเครือ Central และ Robinson ก็จะให้ส่วนลดแบบเป็นลำดับขั้นจากการสะสมแต้ม และแนวโน้มของการทำบัตรส่วนลดและสะสมแต้มก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ครับ อย่างเช่นรถไฟฟ้า BTS ที่หันมาทำบัตร Nuduan Plus กับเค้าบ้างแล้ว

ส่วนใหญ่บัตรที่ได้มากับแต่ละคนก็จะแจกฟรีล่ะครับ ถ้าพูดถึงว่าทำอย่างไรที่จะใช้บัตรสมาชิกของแต่ละคนให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด คำแนะนำก็คงเหมือนบัตรเครดิตเลยครับ ใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้ และมีสินค้าที่เราจำเป็นต้องใช้พอดี เพราะว่าส่วนมากแล้วเค้าก็จะใช้ Pricing Strategy ซื้อ 2 แถม 1 หรืออะไรก็ตามมาหลอกล่อเราให้เสียตังค์แล้วกลับมารู้สึกที่บ้านว่า เอ๊ะ ! ..... แล้วตกลงเราซื้อมาทำไมล่ะเนี่ย

สรุปแล้วในมุมของลูกค้า มีบัตรไว้แหละครับ ดีแล้ว จะได้ใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนทางด้านร้านค้าก็จะได้เก็บข้อมูลลูกค้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด (รวมถึงรายได้จากการขายข้อมูลให้ผู้ผลิตสินค้า ) ด้วย

ป.ล. คุณโบว์คร้าบ อยากฟังเรื่องเล่าบัตรแตงโม (Suica) บ้างจัง >____<
ป.ล.2 ได้รางวัล June Write กะเค้าด้วย เย้ ^ w ^ ~

เมื่อวานนี้ได้ดูโฆษณาตัวใหม่ของ Heineken ครับ เป็นภาพของคนที่นั่งรถร่วมกันเพื่อที่จะรณรงค์เรื่องการเมาไม่ขับ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งของโฆษณาชุดนี้คือ ผมรู้ได้ทันทีว่านี่คือโฆษณาของ Helneken แค่เพียงขึ้น Adword ประโยคแรกขึ้นมา สิ่งที่ทำให้จดจำนั้นไม่ใช่วิธีการเขียนอธิบาย ไม่ได้มาจาก Copywriter

แต่มาจาก font identity ล้วน ๆ ครับ

การเลือกใช้ font เพื่อสื่อสารทางด้านการตลาดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนจดจำสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้ครับ เอาง่าย ๆ ก็จากตัวอย่าง A-Z ที่ตัดมาจากข้างบนเชื่อว่าน่าจะตอบกันได้เกินครึ่งว่าตัวอักษรนี้มาจากแบรนด์ไหนบ้าง หรือตัวอย่างง่าย ๆ อีกตัวอย่างก็ font ที่ใช้พาดหัวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนี่แหละครับ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่มีอยู่มาช้านาน จนคนเรียกกันติดปากว่า font ไทยรัฐไป

การออกแบบตัวอักษรและโลโก้เพื่อสื่อความและทำให้ผู้คนจดจำเป็นความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแบรนด์ครับ เพราะเป็นสิ่งที่เราจะเห็นเป็นอันดับแรกและเห็นกันบ่อยที่สุด สังเกตได้จากเดี๋ยวนี้ที่ทำไมแต่ละธนาคารต้องใช้สีสรรที่แตกต่างกันแต่สะดุดตาผู้ใช้บริการ ทำไมธนาคารไทยพาณิชย์ต้องเป็นแบงค์ม่วง ทำไมธนาคารกสิกรไทยต้องเป็นแบงค์เขียว ทำไมธนาคารกรุงเทพต้องผสมสีน้ำเงินกับส้ม

คำตอบคือการผสมผสานสีสันและรูปแบบขึ้นมาครับ

 

 

Font ข้างบนคุ้น ๆ มั้ยครับ เราน่่าจะเคยเห็น font ตัวนี้ในโฆษณาของ AIS ซึ่งใช้กันในโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์ขององค์กรจนครบ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของทาง www.anuthin.com font ชุดนี้ไม่เปิดเผยครับว่าราคาเท่าไหร่ แต่ว่ามี 6 หลักแน่นอน XXX,XXX บาท ตามที่ลือกันมา หรือสำหรับฟอนท์เจ้านี้ที่ผมเคยสอบถามราคาก็ราคาเฉียด ๆ 9,000 บาท / 1 weight ย้ำว่า weight นะครับ ไม่ใช่ font ทั้งชุด ซึ่งมาตรฐานมี 4 weight ราคาก็คูณ 4 ไป ซึ่งถ้าถามว่าทำไมต้องยอมจ่ายกันขนาดนั้น

ก็เพราะเรื่องการจดจำอีกนั่นแหละครับ

สุดท้ายแล้วการสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของตัวเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ผู้คนนั้นจดจำได้ ซึ่งอยู่ที่เราจะค้นหาวิธีการใด ๆ มาทำให้คนนั้นจดจำได้โดยง่าย และเรื่องนี้มันก็ไม่มีสูตรสำเร็จหรอกครับ ขึ้นอยู่ที่เราจะเลือกใช้อะไร และมันเหมาะสมที่สุดกับเวลาในตอนนั้นหรือเปล่า ถ้าเกิดว่าผิดเวลาก็เกิดอาการแป๊ก ถ้ายากเกินคนก็งงกันอีก ซึ่งการสร้างเอกลักษณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากมายเสมอไป

ไม่เชื่อก็ลอง........เข้ามาดู        สิครับ

Favourites