เค้ารออยู่น๊าเมี๊ยว ; w ; ~
มีเรื่องหนึ่งที่สังเกตและติดค้างอยู่ในใจสำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว สึนามิ และวิกฤตการณ์ทางนิวเคลียร์ที่ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ คือการเชื่อข้อมูลจากรัฐบาลและหน่วยงานทางการของคนญี่ปุ่นในการแจ้งข่าวสารและสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนรับมือและเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่เผชิญ
 
จะเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่คนญี่ปุ่นมักจะบอก จะพูด หรือจะกระทำสิ่งใดนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ทางการได้รับ ทางการบอกว่าจุดนั้นจะปลอดภัยและไม่ปลอดภัย ประชาชนญี่ปุ่นก็จะปฏิบัติตามและเชื่อฟังอย่างเคร่งครัด ซึ่งเอาเข้าจริงก็อาจจะมีคนแตกแถวบ้าง แต่ก็คงน้อยและไม่ปรากฏออกทางสื่อ
 
แล้วก็มีเสียงทักมาจากนานาประัเทศ รวมถึงบ้านเรานี่แหละว่า "ญี่ปุ่นปกปิดข้อมูลจริง ๆ อยู่หรือเปล่า ?"
 
มานั่งมองในมุมหนึ่งของข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหล และการมองโลกติดในแง่ร้ายของอีกหลาย ๆ คน ก็อาจจะต้องคิดว่า สิ่งที่ไม่มีอะไร จริง ๆ แล้วมันมีอะไรหรือเปล่า อย่างเช่น "เห็นมั้ยว่ากัมมันตรังสีค่อย ๆ รั่วออกมาแล้ว มันต้องปกปิดและจริง ๆ ต้องแย่กว่านั้นแน่เลย ญี่ปุ่นรักษาฟอร์มล่ะสิ" เป็นต้น
 
บางทีบรรทัดฐานของแต่ละคนและแต่ละสังคมอาจจะมีส่วนให้แต่ละคนในแต่ละประเทศตั้งคำถามตัวโต ๆ กับสิ่งที่ได้รับทราบจากรัฐบาลว่า "จริงหรือ ?" และพาลทำให้คิดและตัดสินด้วยความไม่เชื่อในข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องแปรผันตรงกับปัญหาการคอรัปชั่นในประเทศนั้น ๆ ซะด้วย ซึ่งในสภาวะปรกติประชาชนในประเทศก็พาลสงสัยกันอยู่แล้วว่า เรื่องที่ออกมาแถลงนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า
 
สุดท้ายเรื่องของการปฏิบัติตามและการควบคุมภาวะวิกฤตให้อยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นคงจะขึ้นอยู่กับภาวะของความเชื่อใจกัน เชื่อใจว่ารัฐบาลจะไม่โกหก เชื่อใจว่าประชาชนและสังคมของเรานั้นจะเอื้อเฟื้อเกื้อกูล แบ่งปันกัน ไม่แซงคิว เสียสละ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นใจและมองเห็นค่าของแต่ละชีวิตเพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤตไปได้
 
....แล้วก็เหลือบมองข่าวภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์มเมื่อเดือนที่แล้ว .....

นักช๊อปลึกลับ

posted on 12 Feb 2011 00:17 by nora in General
ช่วงนี้ตัวเองรับจ๊อบแบบขำ ๆ อันนึงที่ทำสนุก ๆ ก็คือนักช๊อบลึกลับ หรือว่า Mystery Shopper นั่นเอง ส่วนจะเป็นเจ้าไหน หรือไปสำรวจที่ร้านใดมาขอไม่บอกในนี้ด้วยเนื่องจากจรรยาบรรณของการทำงาน และเดี๋ยวจะมีคนจับได้ว่าเราไปเป็นสปายที่ไหนมาบ้าง 55555+
 
แต่สิ่งที่อยากมาเล่าในวันนี้ก็คือการที่ได้ไปสำรวจตามที่ต่าง ๆ เนี่ยแหละ บางอย่างก็มีความคล้ายและเหมือนกัน แต่ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับการตั้งคำถาม บันทึกเสียง และการวัดการตอบรับจากพนักงานว่าตอบตามที่บริษัทอยากให้ตอบหรือเปล่า
 
สิ่งที่โจทย์จากบริษัทมักจะให้มาคือแบบสำรวจ ตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ พร้อมทั้งคำถามบังคับถามสักประมาณ 2 - 3 คำถาม ซึ่งแน่นอนว่า เราคงไปตามแบบซื่อตรงตามที่โจทย์ให้มาไม่ได้แน่ ๆ เพราะถ้าเกิดว่าเราถามแบบตรง ๆ ทุกตัวอักษร พนักงานคงจะจับได้เป็นแน่แท้ว่า นี่มันนักช๊อปปริศนานี่นา !
 
คราวนี้ล่ะ เราคงต้องเอาวาทศิลป์ไปเข้าแลก ใช้ไหวพริบในการเดินแกว่งไปนู่นนี่ แล้วชวนุยชวนถามไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ทำให้รู้อีกเช่นกันว่า ที่บางคนต้องพูดแนะนำอะไรไปเรื่อย ๆ จนทำให้บางคนรู้สึกรำคาญ และมองว่าไม่ต้องพูดได้มั้ย จริง ๆ แล้วก็เป็นเจ้าของนี่แหละนี่สั่งมาให้พนักงาน ต้องพูด ต้องแนะนำไปตาม step ตาม pattern แบบนั้นนี้
 
โอเค แน่นอนล่ะว่างานนี้นักช๊อปปริศนาก็ได้เก็บหลักฐานราวกับนักสืบแบบย่อม ๆ ที่ต้องมีรายงานพูดใส่ไมค์ปิดท้ายแบบที่เรามักจะเห็นในหนังฝรั่ง แถมได้ค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเดินสำรวจด้วย แต่สิ่งที่ได้กลับมาอีกอย่างที่เป็นประสบการณ์คือการสังเกตผู้คน สังเกตการให้บริการ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และการตอบรับที่ต้องวิเคราะห์ไปด้วย ถามในหัวไปด้วยเป็นช๊อต ๆ
 
ภารกิจของนักช๊อปตอนสุดท้ายก็คือการก้าวเดินออกจากร้านหลังจากช๊อปปิ้งตามคำสั่งเรียบร้อย แต่ว่าสิ่งที่ไม่จบตามและพาลคิดอยู่เสมอว่า เอ พอคล้อยหลังจากเราไปแล้ว พนักงานเค้าจะเอาใจใส่หรือบริการดีแบบตะกี้นี้มั้ยนะ หรือหลังจากเรารายงานตามความเป็นจริงแล้วจะมีผลกระทบอะไรกับพนักงานหรือเปล่า
 
สุดท้ายก็มานั่งคิดว่า อย่างน้อยเราก็ได้มาทำหน้าที่ที่ดีที่สุดของเรา ก็คือการตรวจสอบและรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงล่ะ ซื่อสัตย์กับตนเองว่า ฉันเป็นนักช๊อปปริศนาที่ต้องรายงานทุกอย่างตามที่ตาเห็นให้ได้แบบครบถ้วน ให้การบริการที่เกิดขึ้นหลังจากนี้นั้นดีขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เราได้รับจากการเข้าใช้บริการเช่นคนอื่น ๆ ^____^
 
สำหรับใครที่เป็นพนักงานร้านต่าง ๆ ไม่แน่ว่าสักวันเราอาจจะเจอกันในฐานะนักช๊อปลึกลับก็ได้นะเอ้อ ~ Smile